10.03.2015

Review: Cha Bar Coffee ปราณบุรี

ก่อนสอบมิดเทอมอยากจะมารีวิวร้านกาแฟเก๋ๆส่งท้ายไว้สักหน่อย
ร้านชาบาร์คอฟฟี่ตั้งอยู่ริมทะเลปากน้ำปราณ ใกล้ๆกับร้านอุดมเลย เดินไปแปปเดียว
จะไปกินข้าวที่อุดมก่อนแล้วมาตบท้ายด้วยของหวานที่นี่ก็ได้ ซึ่งเราก็ทำแบบนั้น 55555

ชอบบรรยากาศแบบนี้จัง :D

ที่นั่งในร้านก็มีเยอะพอสมควรค่ะ มีทั้งนั่งพื้นและนั่งโต๊ะ หรือแม้กระทั่งเก้าอี้ที่เอนตัวนอนได้ 555555
พอมองออกไปก็เห็นทะเล ฟินสุดๆ แม้ทะเลปากน้ำปราณจะไม่สวยมาก 
แต่ตอนที่แดดแรงๆนั้น สีสวยใช้ได้เลยล่ะค่ะ

หรือถ้าใครอยากสัมผัสทะเลแบบใกล้ชิด ก็เลือกนั่งข้างนอกได้เลยค่ะ

ยิ่งตอนบ่ายๆแดดแรงจัดๆสียิ่งสวย แต่คนถ่ายนี่เหงื่อแตกพลั่ก 55555

มาพูดถึงเรื่องขนมและเครื่องดื่มกันบ้างดีกว่า
เค้กชาไทยอร่อยมากกกก นุ่ม หอม และไม่หวานจนเกินไป
ส่วนเค้กส้มก็อร่อยใช้ได้ แต่ยังไม่ถึงที่สุด

เค้กแครนเบอร์รี่ อันนี้สั่งมาเพิ่มทีหลังค่ะ ก็อร่อยมากเช่นกัน
เนื้อสัมผัสคล้ายๆเค้กแครอท แน่นๆกรุบๆ บอกไม่ถูกเหมือนกัน แต่แนะนำๆ

กาแฟและชาเขียวก็อร่อยเกินราคาค่ะ เครื่องดื่มต่างๆราคาอยู่ที่ประมาณแก้วละ 60-70 บาท 
จำราคาแต่ละอย่างไม่ค่อยได้ แต่ไม่น่าเกินนี้ ซึ่งรสชาติพอๆกับแก้วละร้อยกว่าๆในกรุงเทพเลย

เอาแก้วกาแฟมาถือริมหาดซะหน่อย ชิวๆกันไป ฮ่าๆ :D

สรุปเลยละกันเนอะ ใครอยากเครื่องดื่มริมทะเลเก๋ๆก็แนะนำร้านนี้เลยค่ะ
ราคาสมเหตุสมผลมากกกก เมื่อเทียบกับรสชาติและบรรยากาศที่ได้
ร้านเปิดทุกวัน เวลา 09:00-18:00 ยกเว้นวันพุธนะฮับ
และก็ขอจบการรีวิวเพียงเท่านี้ ไปอ่านหนังสือสอบต่อละค่ะ บ้ายบายยยย

ปล. รูปทั้งหมดถ่ายด้วยกล้อง Olympus OM-D E-M10

7.22.2015

Review: Teddy's Bigger Burgers สาขา Gateway Ekkamai

ได้ข่าวมาว่ามีร้านเบอร์เกอร์เปิดใหม่อยู่ที่เกตเวย์เอกมัย แม่ก็บอกให้ไปลองชิมดูสิ
เห็นมันลด20%ทุกเมนูอยู่ด้วย ไอเราก็โอเค ไปลองๆ เรื่องกินนี่ไม่มีพลาดค่ะ 55555
ไปถึงร้านตอนเกือบๆ11โมง คนยังไม่ค่อยเยอะมากเท่าไหร่ แต่ช่วงเที่ยงนี่ค่อนข้างแน่น
เข้าไปนั่งปุ๊ปก็เลือกสั่ง Teddy's Original Burger คือเพราะยังไม่เคยกินมาก่อน
เลยเลือกสั่งออริจินัลมาลองก่อนละกัน มีทั้งแบบหมูกับเนื้อ เราสั่งหมูค่ะ เพราะถูก (งกอีกแยะ)
แล้วก็กลัวตัวเองจะไม่อิ่ม เลยสั่งคอมโบคู่กับ Chezzee Fries ที่เป็น Signature Dish มากินด้วย
มาดูหน้าตาของสิ่งที่สั่งมากันเลยดีกว่า 

เมนูแรกที่มาเสิร์ฟคือ Cheezee Fries
ชีสที่ราดกลิ่นค่อนข้างแรง คือไม่ใช่กลิ่นอ่อนๆแบบดิปชีสทั่วไปอะค่ะ
ถ้าใครที่ไม่ชอบกลิ่นเหม็นๆไม่น่าจะโอเค แต่สำหรับคนรักชีสแบบเรานั้น เอาใจไปเลย!!

มาต่อกันที่ Teddy's Original Burger
คือปกติเราจะจินตนาการเบอร์เกอร์หมูว่าจะแห้งๆ แต่อันนี้ฉ่ำมากกกกก
ผักสดและให้เยอะมากอย่างที่เห็น ซอสที่ราดก็โคตรอร่อย คือกลมกล่อมอะ ไม่รู้จะอธิบายยังไง
เอาเป็นว่ายกให้เป็นร้านเบอร์เกอร์ร้านโปรดอีกร้านนึงเลยละกัน ><

ที่สั่งมา2อย่างรวมน้ำอัดลมด้วยก็251บาทเท่านั้นค่ะ (อันนี้คือราคาหลังลด20%)
ถือว่าถูกนะ เพราะอร่อยมาก และแม้ปริมาณดูเหมือนจะน้อย แต่ก็อิ่มสุดๆไปเลย 55555
แต่เรื่องอาหารก็อย่างที่ย้ำกันบ่อยๆว่าลิ้นใครลิ้นมัน แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคล ควรมาลองเอง
ฉะนั้นใครอยากมาลองก็มากันได้ค่ะ ร้านอยู่เกตเวย์เอกมัย ชั้น G ติดกับแม็กซ์แวลูเลย
ทุกเมนูลด20%ถึง 31 ก.ค. 2558 เท่านั้นนะคะ ใครที่เป็นคอเบอร์เกอร์ไม่ควรพลาด!!
สำหรับวันนี้ขอจบการรีวิวเพียงเท่านี้ สวัสดีค่ะ -/\-

6.01.2015

Diary: ประสบการณ์ shopping online เก๋ๆกับเว็บ luxola

ปกติเราจะช้อปออนไลน์ก็ต่อเมื่อมันมีบริการเก็บเงินปลายทางเท่านั้น เพราะมันสะดวกดี
คราวนี้ก็ได้มีโอกาสช้อปกับเว็บ luxola ซึ่งเป็นเว็บช้อปปิ้งเครื่องสำอางแบรนด์ต่างๆ
ซึ่งก็เข้าทางชะนีอย่างเรามากๆ การบ้งการบ้านอะไรไม่ต้องทำแล้ว ซื้อของก่อน 55555 (ผิดๆๆ)
ถ้าเราสั่งก่อนบ่าย3โมงก็จะได้ของวันเดียวกันเลย  แต่ถ้าหลังจากนั้นก็จะได้ของภายใน1-2วันนับจากวันที่สั่งซื้อ
ซึ่งก็ถือว่าเร็วอยู่ดี ชอบๆ :D อะเราก็จัดแจงสั่งของที่อยากได้ไป 
แล้วก็จะมีอีเมล์ที่บอก order no. แล้วก็วันและเวลาที่จัดส่งโดยประมาณส่งมาให้
เค้าบอกว่าจะมาส่งวันที่ 28/05/2015 ภายในเวลา 9:00-18:00 ก็รอดูว่าจะจริงไหม 
วันต่อมาก็มีเจ้าหน้าที่โทรมาถามเรื่องรายละเอียดที่อยู่บ้าน พวกจุดสังเกตอะไรแบบนี้ 
แล้วก็บอกว่าของจะไปถึงประมาณช่วงบ่ายของพรุ่งนี้นะคะ โอเคเราก็รอไป
จนของมาส่งถึงบ้านประมาณ5โมงกว่าๆของวันที่28พ.ค.ที่ผ่านมา 
ถือว่าโอเคเลย อยู่ในช่วงเวลาที่กำหนดพอดีเป๊ะ 5555 

ซองมีตัวกันกระแทกอย่างดี ของข้างในไม่มีแตกหัก สภาพ100% ดีงามค่ะ

 นอกจากนี้ยังมาพร้อม gift card ให้เอาไว้ช้อปในโอกาสต่อไปอีกด้วย

และนี่ก็คือของที่เราอยากได้มานานแสนนานแต่เพิ่งมาตัดสินใจซื้อวันนี้
ประกอบไปด้วย lipstick ของ Passion Ville สี Moon Viewing in Japan
และหวี Tangle Teezer รุ่น Compact Shuan the Sheep

เจ้าหวีนี่เราเล็งไว้นานแล้ว พอมาลองใช้แล้วก็ชอบมากค่ะ
หวีผมพันกันแล้วไม่เจ็บ หวีตอนผมเปียกก็ดี๊ดี แถมพกพาง่าย ลายก็น่ารัก
ดีล่ะ ต่อไปนี้ฉันจะได้เลิกพกหวีอันละ20บาทซะที!! 555555

สีนี้เป็น limited edition นะคะ ซึ่งกล่องลายน่ารักมาก แต่เราทำหาย ToT
ตอนแรกก็คิดว่ามันจะใช้ดีแค่ไหนกันเชียว พอลองปาดไปเบาๆ เห้ยสีแซบมาก
ไม่ทำให้ปากแห้ง แถมติดทนนานด้วย โอ้ยรักเลยยยย

สรุปนะคะ เว็บนี้เป็นเว็บช้อปปิ้งเครื่องสำอางที่ดีมาก มีให้เลือกหลากหลาย
แบรนด์ที่ยังไม่นำเข้าไทยอย่างเป็นทางการก็มีขายในนี้ ราคาก็ไม่แพงมากด้วย
รับประกันว่าได้ของแท้แน่นอน ไม่ต้องเสี่ยงเลย
และ และ และ ใครที่อยากช้อปบ้าง เรามีโค้ดส่วนลดมาแจกค่ะ
ใส่ TLX_PEAR เข้าไปในช่อง promo code ตรงหน้าสั่งซื้อได้เลย ได้ลด20%เชียวนะ
แล้วจะมัวรออะไรกันอยู่ละคะ ช้อปโลด คลิกที่นี่เลย

ปล. โค้ดใช้ได้ถึงวันที่ 31/06/2015 และใช้ได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้นนะคะ 
ใช้ on top สินค้าที่มีส่วนลดอยู่แล้วบนเว็บได้หมดเลย 
แต่ยกเว้นกับแบรนด์ Sigma Beauty, SK-II, Laura Mercier เเละ Zoeva
วันนี้ขอจบเพียงเท่านี้ สัปดาห์แห่งการประกาศผลมาเยือนแล้ว เฮือกกกกกก สวัสดีค่ะ

5.02.2015

Diary: ภาพประทับใจที่ Cloud47 Bar&Bistro @ United Center Silom

เคยฝันไว้ค่ะว่าอยากไปนั่ง rooftop bar หรือ sky bar แล้วนั่งมองวิวกรุงเทพยามค่ำคืนเพลินๆ
แล้วฝันนั้นก็เป็นจริงค่ะ เมื่อคืนได้มีโอกาสไปที่ Cloud47 ตึกยูไนเต็ดเซ็นเตอร์สีลม (ส่วนที่เป็นออฟฟิศ)
ทีแรกไม่กล้าไปเพราะคิดว่ามันต้องแพงแน่ๆ เอาเข้าจริงก็ไม่ได้แพงอย่างที่คิดเลยค่ะ
ถ้าแลกกับวิวที่สวยมากและพนักงานที่บริการดีมากตั้งแต่ชั้นล่างจนขึ้นมาถึงร้าน

มาถึงก็ได้นั่งริมระเบียงแต่เป็นโต๊ะเก้าอี้เตี้ยธรรมดา เลยถามพี่พนักงานว่าขอเปลี่ยนไปนั่งโต๊ะสูงได้ไหม
พี่เขาก็ขอไปเช็คก่อนแล้วก็จัดแจงพาเราไปโต๊ะริมระเบียงที่อยู่มุมสุด ซึ่งเราตกลงทันทีเลย
คือมาคนเดียวก็อยากมานั่งหลบมุมแบบนี้แหละ ไม่อยากสุงสิงกับใครมาก
แล้วพี่พนักงานก็ถามว่านั่งตรงนี้เราไม่ร้อนเหรอ เราก็บอกไม่ร้อนค่ะโอเคเลย
คือดีอะ ใส่ใจลูกค้าดีมาก ชอบ :D ก็เริ่มนั่งชิวตั้งแต่5โมงกว่าๆ

กวาดสายตาดูเมนูไป ไอ้โน่นลองแล้ว ไอ้นี่ก็ลองแล้ว ก็เลยเลือกสั่ง Blue Kamikaze ไป
เพราะยังไม่เคยลองและคุ้นชื่อที่สุด ใสๆเบาๆค่ะ (แล้วอีเบียร์สิงห์ก่อนหน้านี้คือ?) 
แก้วนี้ราคา290บาทค่ะ ไม่มีบวกเพิ่ม ถือว่าโอเคมากๆเลย 
ดูจากภาพก็น่าจะรู้ว่ามีความสุขแค่ไหน จิบเครื่องดื่มเย็นๆ มองวิวกรุงเทพในมุมกว้างแบบนี้ไปพลางๆ
ฟินจนนั่งยิ้มตลอด แต่ไม่ได้เมานะเออ สติยังดีอยู่ 55555

พี่พนักงานคนนึงเห็นเราพยายามเซลฟี่อยู่เค้าก็เลยอาสามาถ่ายรูปให้ ขอบคุณนะคะ :D
ตอนแรกเกรงใจ แต่พี่เค้าบอกไม่เป็นไรให้ถ่ายหลายๆรูปก็ได้ น่ารักจริงๆ 5555
คัดเลือกมาแล้วชอบรูปนี้ที่สุด ได้อารมณ์ทั้งชิวทั้งเหงาในเวลาเดียวกันเลย :p
ทีแรกพี่เค้าเห็นเรานั่งคนเดียวก็มาถามว่ามาดื่มคนเดียวเหรอ นี่ก็บอกใช่ค่ะ
สงสัยคนส่วนใหญ่มากับเพื่อนกันมั้งเค้าเลยถาม แต่ฟีลลิ่งเมื่อคืนคืออยากไปคนเดียวมากกว่า 

พอฟ้าเริ่มมืดก็จะเริ่มเห็นแสงสี ได้อารมณ์ไปอีกกกก ชอบ คือเราชอบแสงสีแต่ไม่ชอบที่อโคจรอะ
ซึ่งที่นี่ก็ตอบโจทย์มากๆ เป็นแบบ open-air ซึ่งลมพัดแรงมาก รู้สึกเหมือนหัวจะหลุด 55555

อันนี้วิวตอน18:45 ยังไม่มืดมากเท่าไหร่

18:47 เริ่มมืดนิดนึงแล้ว

ตอน18:52เพอร์เฟ็กต์ที่สุดเลยค่ะ เพิ่งรู้ว่าแสงสีในกรุงเทพยามค่ำคืนจะสวยขนาดนี้
จริงๆตอนทุ่มนึงพอดีน่าจะสวยที่สุด แต่มันมืดเกินกว่าจะถ่ายได้แล้ว แต่ถ้าใครมีกล้องดีๆมาก็เชิญเลยค่ะ

บอกตรงๆว่าฟินมากกับที่นี่ ถ้ามีโอกาสจะมาอีกแน่นอน ติดใจบรรยากาศ การดูแลของพนักงาน และรสชาติเครื่องดื่ม คราวหน้าว่าจะลองอะไรที่เป็น signature ของที่นี่ดูบ้าง
จริงๆจุดประสงค์หลักของการมาที่นี่คือปล่อยผีก่อนสอบมิดเทอมนั่นเอง 55555 
แต่ถามว่าเมาไหม ก็ไม่นะคะ ก็ยังเดินกลับไปสีลมคอมเพล็กซ์ได้สบายๆ
ก่อนหน้านี้หลังหมดแก้วใหม่ๆยอมรับว่ามึนเล็กน้อย แต่พอไปเข้าห้องน้ำเสร็จก็หายแล้ว
สติกลับมาเต็มร้อยเหมือนคนไม่ได้ดื่ม เย้ :D

เราคิดเสมอว่าถ้าดื่มแล้วคุมสติได้ ไม่ได้ไปทำอะไรเดือดร้อนคนอื่นก็ดื่มไปเถอะค่ะถ้ามีความสุข จริงๆ
หลังดื่มก็ทาครีมบำรุงจัดหนักและทาอายครีมนิดนึง ตื่นมาหน้าจะได้ยังโอเคอยู่ 5555
วันนี้ก็ขอจบการบ่นเพียงเท่านี้แหละค่ะ บ้ายบายยยย

4.28.2015

Review: The Kittens Koffie บ้านแมวไทย อัมพวา

อย่าคิดว่านี่คือคาเฟ่แมว มันไม่ใช่ มันคือออกแนวคาเฟ่เล็กๆที่ตั้งอยู่ในศูนย์อนุรักษ์แมวไทย
อยู่ย่านๆอัมพวานั่นแหละค่ะ มันจะมีป้ายบอกอยู่ว่าบ้านแมวไทยไปทางไหน ก็ไปตามนั้นได้เลย 
ร้านนี้เพิ่งเปิดได้ไม่นานอีกเช่นกันค่ะ ช่วงนี้ชอบไปแต่ร้านใหม่ๆแฮะ 555555

หน้าร้านมีแมวสุดคัลเลอร์ฟูลตั้งตะหง่านอยู่ บรรยากาศโดยรวมก็ร่มรื่นดี

ถ้าใครไม่กลัวร้อน อยากได้ความชิว แนะนำให้นั่งด้านนอกเลยค่ะ
จิบกาแฟชมสวนไปพลางๆก็เข้าท่าอยู่นะผมว่า :D

จะดูเมนูตรงเคาน์เตอร์หรือว่าดูในเล่มที่เขาให้มาก็ได้ค่ะ
อู้ววววมีเบียร์ด้วย แต่ไม่รู้ว่าเช้าๆขายไหม 55555 (เพิ่งกินเป็นได้ไม่นาน)
ราคาอาหารปานกลางค่ะ ไม่แพงมาก หลายอย่างคุ้มราคา แต่บางอย่างก็ไม่คุ้ม
จะมีอะไรคุ้มไม่คุ้มบ้างไปดูกันเลยค่ะ

กุ้งบอมบ์
ก็อร่อยตามประสาที่ซื้อมาทอดนั่นแหละ แต่ชอบภาชนะที่ใส่ เก๋ไก๋มากกก ถ้าจำไม่ผิดเมนูนี้60บาทค่ะ
ไม่ได้เจตนาแซะแต่อย่างใดจริงๆ เพราะรู้ว่าคงไม่มีใครทำกุ้งบอมบ์เองหรอกมั้ง(?) 
ก็ถือว่าเป็นของกินเล่นที่ดีทีเดียว เยี่ยม

หอมทอด
รสชาติทั่วไปเหมือนที่เราคุ้นเคยกัน ธรรมดา ไม่ดีไม่แย่ 
แล้วก็ชอบตรงที่ไม่อมน้ำมันนี่แหละ ดีงามค่ะ

สปาเก็ตตี้ไข่กุ้งเทมปุระ
อันนี้ไม่ประทับใจอย่างแรง หน้าตาเหมือนสปาเก็ตตี้ผัดครีมซอสใช่ปะ
แต่มันคือมายองเนสค่ะ อื้อหือออเลี่ยนยันชาติหน้า ต้องคลุกอีที่คล้ายๆวาซาบิไปด้วยถึงจะโอเค
จานนี้95บาท แต่ไม่โอเคเลยฮืออออ T_T อันที่เป็นซอสมะเขือเทศอร่อยกว่าแต่ไม่ได้ถ่ายมา มัวแต่จ้วง

พิซซ่าพาร์ม่าแฮม
อันนี้แนะนำอย่างแรงค่ะ อร่อยมากกกก ชีสยืดกำลังดี รสไม่จัดเกิน
มาในขนาดที่กินเก๋ๆ ไม่ใช่แบบยัดห่า ราคาก็ไม่แรงค่ะ 120บาท ชอบสุดๆ

ฮันนี่โทสต์
อันนี้อร่อยกว่าที่คิดมาก ชิ้นก็ใหญ่ ผลไม้นี่คือให้เต็มๆ ไอศครีมหอมวนิลามาก
จานนี้สนนราคาอยู่ที่150บาทเท่านั้นค่ะ แนะนำอีกเช่นกัน

คาปูชิโน่ร้อน
 รู้สึกว่าก็โอเคค่ะ แต่กาแฟยังไม่หอมเท่าที่ควร ._.
ถึงจะแยกชนิดกาแฟไม่ค่อยออกแต่ก็รู้ว่าแบบไหนเรียกหอมไม่หอมนะคะ จมูกยังดี 5555

น้ำผึ้งมะนาว
อันนี้หอมน้ำผึ้งมากๆ แต่ก็ยังไม่เปรี้ยวเท่าที่ควร โดยรวมแล้วพอได้อยู่

สรุปเลยละกันว่าถ้าช่วงไหนว่างๆก็มาลองดูกันได้ ขนมดูเชิงแล้วน่าจะอร่อยทุกอย่าง
อาหารกับเครื่องดื่มนี่ไม่รู้จริงๆ แต่ยังไงสั่งพิซซ่าไปก็ไม่น่าจะผิดหวังค่ะ
ยังไงก็อยากให้ทางร้านปรับปรุงอีกนิดนึงจะดีมาก เข้าใจว่าเพิ่งเปิดใหม่ๆเนอะ
พนักงานที่ดูท่าจะเป็นเจ้าของร้านด้วย(?) ก็อัธยาศัยดีมากๆ คุยดี
วันธรรมดาจะขายแค่เครื่องดื่มนะคะ ต้องเสาร์อาทิตย์หรือวันหยุดอื่นๆถึงมีอาหารกับขนมขายด้วย
ยังไงก็เช็คในเพจก่อนก็ได้ เพราะถ้าจะหยุดหรืออะไรเขาจะบอกล่วงหน้าค่ะ
ขอจบการรีวิวเพียงเท่านี้ ไปแล้วบ้ายบายยยย

4.18.2015

Review: Artis Coffee Roaster Sukhumvit 18

ร้านนี้เพิ่งเปิดได้ไม่นานค่ะ เมื่อประมาณเดือนตุลาคมปีที่แล้วนี่เอง
ถึงว่ามาแถวอโศกก็บ่อยทำไมไม่เคยเห็นร้านนี้เลยแฮะ
ร้านอยู่ตรงปากซอยสุขุมวิท18 ตรงข้าม Lexus สุขุมวิทเลย หาง่ายมากๆ
ตอนที่ไปครั้งแรกนี่ยังไม่ได้อ่านรีวิวหรือคำแนะนำของใครเลยนะคะ
คือตั้งใจจะไปตามหาอีกร้านนึงแต่ไม่เจอ เจอร้านนี้บรรยากาศน่าสนใจดีเลยลองแวะเข้าไปดู

แค่เห็นหน้าร้านก็น่าสนใจแล้วใช่ไหมล่ะคะ ข้างในบรรยากาศอบอุ่นมากขอบอก

บรรยากาศภายในร้านจะเป็นแบบนี้ค่ะ ดูอบอุ่นและเป็นกันเองสุดๆ
มี wifi free ให้ใช้ ไม่ใช่กากๆด้วย เร็วและแรงใช้ได้เลยทีเดียว สามารถขอรหัสจากพี่พนักงานได้เลยค่ะ
โต๊ะที่เป็นเคาน์เตอร์มีรูปลั๊กให้เสียบชาร์จแบตได้อีกด้วย เหมาะกับการมานั่งทำงานนอกสถานที่มากเลย
เมนูในร้านก็จะมีแค่พวกเครื่องดื่ม ขนมกรุบกริบ หรืออาหารเช้าง่ายๆเท่านั้นนะคะ 
ใครหิวโฮกมาไม่แนะนำ 55555 เมนูที่เราลองสั่งมาก็มีดังต่อไปนี้

อันนี้คือ Flat White
ด้วยความที่โง่เง่าเต่าตุ่นเรื่องกาแฟก็แยกไม่ค่อยออกว่าแฟลตไวท์กับลาเต้มันต่างกันยังไง
รู้แค่ว่าเออหอม นุ่มละมุนดี อีกอย่างคือจำไม่ได้ด้วยว่าที่เขาไม่ใส่น้ำตาลหรือไซรัปมาให้นี่เพราะเราสั่งแบบนั้นเองหรือว่ามันมาแบบนี้อยู่แล้วละให้เราเติมเอาเองตามชอบ (ความจำสั้นไปอีกกก)

อันนี้เป็นโกโก้ร้อนกับ stroopwafel
โกโก้ร้อนเราสั่งแบบไม่หวานมา รสชาติโอเคเลย ไม่เข้มเกินไป
กินคู่กับ stroopwafel หวานๆแล้วพอดีมาก เข้ากั๊นเข้ากัน  ฟินนนน >< 

สรุปแล้วก็คือ ฉันหลงรักร้านนี้แบบโงหัวไม่ขึ้นไปแล้วสินะ -3-
เดินทางมาสะดวก พนักงานน่ารัก บริการดี wifi free เครื่องดื่ม&ขนมอร่อย ราคากลางๆ
แล้วช่วงนี้คนยังไม่ค่อยเยอะมากเท่าไหร่ แต่คาดว่าคนจะแน่นร้านในเร็วๆนี้
ยังไงก็ไปลองกันได้ ขอจบการรีวิวเพียงเท่านี้ สวัสดีค่ะ

4.08.2015

Review: Music Square Cafe & Restaurant

ช่วงนี้ว่างพอดีค่ะ มีโปรเจกไม่ทำแต่มารีวิวร้านอาหาร (อ้าวเลว 55555)
ร้านมิวสิคสแควร์อยู่ในวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ทางเดินไปค่อนข้างลึกลับ แต่ก็หาไม่ยากขนาดนั้น
เห็นหลายๆคนบอกว่าดีเลยอยากลอง สั่งมาหลายอย่างเลยทีเดียว ไปดูกันเลยดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง :D
ปล. อันนี้คือรวบทั้งรอบที่ไปกินกับพ่อแม่แล้วก็กับเพื่อนในห้องเลยนะคะ

Music Square Fruit Punch
อร่อยดีเปรี้ยวๆหวานๆ แต่ไม่หวานจนเกินไป
ของจริงแก้วค่อนข้างใหญ่แหละแต่ไม่รู้ว่าคุ้มราคามั้ย แก้วละ90บาท
แต่ถ้ามีโอกาสไปอีกก็จะสั่งอีกค่ะ ชอบ 55555

ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่
อันนี้เราชอบเส้นอะ นุ่มๆหนึบๆดี รสชาติใช้ได้เลย
แต่เสียอย่างเดียวคือไม่มีกลิ่นกระทะไหม้ -..-

 Fettuccine with Pesto & Seafood
อันนี้เราว่าจืดไปนิดนึงค่ะ ทำให้รู้สึกเลี่ยนๆ
ปกติมันต้องรสจัดกว่านี้อีกนิดทำให้ตักซอสมากินจนเกลี้ยงได้
ไม่ค่อยประทับใจแฮะ บายยยยยย

ผัดไทยกุ้งสด
ธรรมดาไม่ได้มีอะไรหวือหวา แต่อร่อยใช้ได้เลย
สั่งมาด้วยอารมณ์อยากลองล้วนๆ 55555

Spaghetti with Bacon, Chilli and Basil
นี่คืออันที่ไปกินกับเพื่อนในห้อง กินจานเดียว -3-
ประทับใจอันนี้มาก เผ็ดพอดีๆ ให้เบคอนเยอะมาก ทุกอย่างลงตัว

คราวนี้รีวิวสั้นไปนิดแต่น่าจะได้ใจความอยู่นะ 55555 
ทั้งหมดนี่คือความคิดเห็นส่วนตัวเองเรานะคะ ลิ้นใครลิ้นมัน ไม่อร่อยเราอาจจะอร่อยใครหลายๆคน
บรรยากาศร้านโอเคเลย อาหารราคาไม่แพงมาก อาจจะเป็นเพราะตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยด้วย
ใครยังไม่เคยมาลองก็มากันได้ จะลาไปทำโปรเจกต่อแล้ว บ้ายบายยยยยย

3.17.2015

Diary: แชร์ประสบการณ์สอบSAT

ที่จริงไปสอบมาตั้งแต่ 24 มกราคมเมื่อต้นปีแล้ว แต่เพิ่งมีอารมณ์เขียน เนื่องจากทำใจอยู่นาน 5555
คะแนนที่ได้นั้นค่อนข้างจะต่ำมากค่ะ จึงไม่ต้องห่วงว่าอ่านแล้วจะรู้สึกเครียดหรือกดดัน
วิธีการสมัครก็คือกรอกข้อมูลไปเรื่อยๆจนถึงหน้าชำระเงิน จ่ายด้วยบัตรเครดิต
จากนั้นก็ปริ้นท์ admission ticket ออกมา เป็นสิ่งที่จำเป็นมากในวันสอบ อย่าลืมล่ะ
อย่าตกใจถ้าใน admission ticket นั้นบอกแค่โรงเรียน ไม่บอกรายละเอียดว่าตึกอะไร ชั้นอะไร
และไม่บอกระยะเวลาสอบ!! บอกแค่ว่าต้องไปถึงที่โรงเรียนนั้นก่อนกี่โมง ตามนั้นค่ะ

เราเลือกไปสอบที่โรงเรียนนานาชาติร่วมฤดี ไปถึงก็จะมีป้ายชี้ว่าสอบSATไปทางไหน
เดินไปเรื่อยๆจนถึงโรงอาหาร ก็ไม่มีใครมาชี้แจงอะไร ทุกคนนั่งกองกันอยู่ที่นั่น
จนสักพักก็มีคนมาเรียกให้ไปต่อแถว โดยจะเรียกคนที่สอบSAT Subjectออกไปก่อน
จากนั้นจึงค่อยเรียกคนที่สอบSATธรรมดาออกไป (คนมาเรียกดุโคตรๆค่ะ T_T 55555)
เตรียมticketกับบัตรประชาชนให้พร้อม เค้าจะตรวจรอบนึงก่อนขึ้นบันไดไปที่ห้อง
ขึ้นบันไดไปเสร็จก็รับบัตรคิวแล้วเค้าจะบอกเองว่าให้ไปที่ห้องไหน
ถึงหน้าห้องก็ตรวจบัตรประชาชนกับticketอีกรอบแล้วก็ไปนั่งตามที่คนคุมสอบบอก
จากนั้นก็ฟังกฎกติกาในการสอบบลาๆๆๆ เสร็จปุ๊ปก็เริ่มสอบได้
โดยพาร์ทแรกจะเป็นพาร์ทเขียน (สมองยังไม่ตื่นเลยว้อย นึกไม่ออก) แต่ก็แรพไปได้สิบกว่าบรรทัด 
ซึ่งถือว่าน้อยมากในการเขียน essay ที่ดี ต่อไปก็จะเป็น reading สลับกับ math ไปเรื่อยๆ
พาร์ทreadingก็วางเครื่องคิดเลขไว้บนพื้น พอถึงmathค่อยหยิบขึ้นมาใช้
จนsectionท้ายๆเริ่มล้า มั่วreadingโลด เพราะใช้แค่mathอย่างเดียว
จนมาสำนึกได้ทีหลังว่าเป็นความคิดที่ผิดอย่างมหันต์ แต่readingของSATโหดจริงค่ะ ยาวเฟื้อย
math ก็ยากบ้างง่ายบ้าง แต่ก็คิดทุกข้อและมั่นใจมากว่าทำถูกแน่ๆ หึหึ
แล้วก็เขาค่อนข้างเป๊ะเรื่องเวลานะคะ เช่นเริ่มสอบ9:07โมง เวลาสอบ30นาทีก็จะบอกหมดเวลาที่9:37
ซึ่งก็ถือว่าแฟร์ดี ให้เวลาตามนั้นจริงๆ ไม่ใช่เลทแล้วเลทเลยฉันไม่สนงี้
ที่ห้องสอบมีดินสอกับกบเหลาให้ยืมใช้ แต่ไม่ต้องถึงขั้นไม่เตรียมไปเลยนะคะ อันนั้นเกินไป 55555
สอบเสร็จก็ลงมาจากห้องด้วยความเหนื่อยล้าแล้วก็ไปหาอะไรกินต่อ (นั่น) 

พอคะแนนออกปุ๊ปช็อคค่ะ ไม่ถึงเกณฑ์อีกแล้ว แต่ก็ค่อนข้างชินและชา .___. 
แต่พอพ่อแม่มาถามทีบ่อน้ำตาแตก 5555 แต่เค้าก็ไม่ได้ว่าอะไร ก็ให้กำลังใจดี
ที่คิดว่าทำได้ทำแ_งทำไม่ได้อีกละ สงสัยช่วงนั้นดวงตกเรื่องสอบ (โทษไปนู่น 55555)
จากที่เล่าเรื่องคะแนนมาทั้งหมดน่าจะเอาไปทำต่ำกว่าเกณฑ์เดอะซีรี่ส์ได้แล้ว ฮือๆๆๆๆ
คะแนนmathเลขสวยดี แต่อย่าลืมว่าส่วนใหญ่เค้าเอาขั้นต่ำ550+กันทั้งนั้น เลขชักจะไม่สวยแล้วสิ
readingก็คิดว่าไม่น่าซุยไปเลย น่าจะอ่านบ้าง เผื่อได้มากกว่านี้ writingช่างมันค่ะ 55555

ใครที่จะไปสอบก็ขอให้ตั้งใจกันมากๆนะคะ ทำให้เต็มที่ อย่าเพิ่งมั่วอย่าเพิ่งข้าม ค่าสอบไม่ใช่ถูกๆเลย
นี่ก็ทำอะไรไม่ได้แล้วนอกจากเข้ามหาวิทยาลัยแล้วต้องเปลี่ยนตัวเอง ตั้งใจเรียนมากขึ้น
ช่วงมัธยมหรืออะไรที่สอบไปแล้วมันกลับไปแก้ไม่ได้ ทำใจอย่างเดียว
ตอนนี้ก็เลยตัดสินใจลงเรียนpre-collegeที่MUICไปนี่แหละค่ะ หวังว่าจะช่วยเราได้ ฮึบบบบ สู้!!

2.09.2015

Diary: My 18 Favorite Things

เนื่องในโอกาสที่แพรอายุครบ18ปีพอดี (แต่หน้านี่ไปไกลแล้ว 55555)
เลยอยากจะมาแนะนำของ18อย่างที่ใช้แล้วดี แฮปปี้ ไม่เคยทำให้ผิดหวัง
บางอย่างพอใช้ปุ๊ปอยากจะรีบไปซื้อมาตุนเพิ่ม มีอะไรบ้างไปชมกันเลยค่ะ

1. Bio-Oil
เริ่มไปซื้อตัวนี้มาใช้ตอนหน้าพังค่ะ คือแพ้โฟมล้างหน้าแล้วสิวเห่อเต็มหน้าเลย
พอสิวหายปุ๊ปทิ้งไว้แต่รอยดำก็ไปซื้อตัวนี้มาลองใช้ ทาตรงที่มีรอยไปซัก2-3เดือนก็เริ่มจาง
จนถึงตอนนี้ก็ผ่านมา4-5เดือนแล้ว รอยหายไปเกือบหมดแล้วค่ะ หน้ากลับมาเป็็นปกติ :D
 ตอนที่โดนมดกัดจนเป็นเหมือนแผลเป็น เป็นรอยดำๆ พอทาตัวนี้สักพักก็จะจางแล้วหายไปเอง 
ไม่ใช่แค่รักษารอยนู่นนี่นั่นเท่านั้น จะใช้ทาบริเวณที่แห้งมากก็ได้ พูดง่ายๆคือสารพัดประโยชน์
ขวดนึงน่าจะใช้ได้นานเพราะใช้ทีนึงไม่กี่หยดเอง รักที่สุดดดด ><

2. Winmax Cuticle Oil
อันนี้ซื้อที่ไดโซะค่ะ ขวดละ60บาท ไม่แน่ใจว่ามีทุกสาขามั้ย (เราซื้อที่เมกาบางนา)
จะบอกว่าเป็นน้ำมันทาขอบเล็บที่ดีมากกก แถมราคาก็ถูกแสนถูก อยากจะไปเหมามารัวๆ 
กลิ่นมันหอมแบบบอกไม่ถูกอะ แต่ไม่แรงมากนะ หอมพอดีๆ 
เสียอย่างเดียวคือพกลำบากนี่แหละ นอกนั้นเอาใจไปเลยเต็มๆ

3. JERGENS Overnight Repair
ตอนนั้นซื้อเพราะจะไปยุโรป อยากได้อะไรที่ให้ความชุ่มชื้นดีๆและพกพาง่าย
ก็เลยซื้อหลอดเล็กมาลอง ปรากฏว่าใช้ดีมาก ติดใจ กลิ่นหอมด้วย -..- (อีกแล้ว)
ใช้ที่โน่นก็โอเค ใช้ที่ไทยก็ดีงาม (ในกรณีที่อยู่ห้องแอร์หรืออากาศหนาว ไม่งั้นจะเหนียวตัว)

4. Nivea Extra White Make Up Starter
มีโอกาสได้ลองใช้ตอนที่ได้เป็นของรางวัลจากการประกวดนี่แหละค่ะ
ใช้หลอดเล็กแล้วติดใจ ให้ความชุ่มชื้นค่อนข้างโอเค ถึงSPFจะไม่สูงมากแต่กัดแดดได้ดีโคตร
ตั้งแต่ใช้มาหน้าไม่ดำขึ้นจากเดิมเลย ทั้งๆที่ตากแดดทั้งกลางวันและเย็นแบบจัดเต็ม
ไม่ได้ชอบเพราะได้มาฟรีนะ มันดีจริงๆ ไนท์ครีมที่ได้มาด้วยกันเราก็ไม่ชอบนะ กลิ่นแรงเกิน -_-

5. Bourjois healthy mix serum
บอกเลยว่าเป็นรองพื้นที่ใช้ที่ไทยก็ดี ใช้ที่เมืองนอกที่อากาศหนาวจัดแห้งจัดก็เอาอยู่
วันกีฬาสีทาไปบ้าๆบอตากแดดเหงื่อไหลก็ยังเป๊ะจนถึงบ่าย 
ตอนไปเที่ยวยุโรปก็ทาตั้งแต่8โมง จนทุ่มนึงก็ยังอยู่ดีแล้วหน้าก็ไม่แห้งเลยด้วย 
ใช้คู่กับนีเวียตัวข้างบนอย่างเดียว ไม่ได้ทามอยส์เจอไรเซอร์อะไรเพิ่มเลยหน้าก็ไม่แห้ง
แถมเราใช้แล้วผ่อง สีไม่ดรอปเลยระหว่างวัน ไม่รักได้ไงล่ะ <3

6. Bobbi Brown Brow Kit สี Saddle/Mahogany
สิ่งนี้แหละที่ทำให้เรารักการเขียนคิ้วสีน้ำตาล ติดทนดีไม่เลือนระหว่างวันถ้าไม่ไปเช็ดโดน
พอใช้ไปใช้มารู้สึกว่าแปรงที่เค้าให้มานั่นแหละเขียนเป็นธรรมชาติที่สุดแล้ว
รู้สึกพอหน้าเริ่มมันเหงื่อเริ่มออกแทนที่มันจะหลุดกลับสีเข้มขึ้นซะงั้น งงเลย แต่ก็ดีแล้ว 5555

7. Rimmel Stay Matte สี Translucent
มันไม่ได้ทำให้หน้าไม่มันหรอก แต่ใช้แล้วหน้าผ่องดี ราคาไม่แพงด้วย
ใช้เซ็ตรองพื้นแล้วดีงามสุดๆอะ ถ่ายรูปออกมาหน้าขาววิ้งแบบไม่หลอกตา 55555

8. Maybelline Cheeky Glow สี Wooden Rose
ตอนแรกซื้อมาเก็บไว้เฉยๆ ไม่ได้ใช้เพราะเป็นคนแก้มแดงอยู่แล้ว
แต่พอหลังๆแก้มเริ่มไม่แดงโดยธรรมชาติ งานเข้าสิคะทีนี้ ก็ต้องมีตัวช่วยกันหน่อยแว้ว
ลองปัดแล้วชอบมาก ชิมเมอร์ไม่เยอะเกิน สีเข้ากับหน้า ปัดแล้วไม่ดูเป็นตูดลิง 

9. Collection Lasting Perfection Ultimate Wear Concealer
ดูจากสภาพหลอดที่ใช้และการไปซื้อมาตุนก็น่าจะรู้ว่าปลื้มตัวนี้แค่ไหน 55555
เนื้อไม่หนักมาก ใช้ปิดรอยคล้ำใต้ตาได้ดีทีเดียว ปิดรอยสิวก็พอรอดบ้าง แถมราคาไม่แพง
หลอดนึงใช้ได้นานพอสมควรเลย ส่วนใหญ่จะใช้เฉพาะตอนไปเรียน

10. M.A.C Studio Finish Concealer
ใช้ปิดรอยสิวได้ดีมาก กดๆปิดรอยสิวหลังทาแป้งก็ไม่เป็นคราบ
ส่วนใหญ่ใช้ตอนไปเที่ยวค่ะ ไม่รู้สิเป็นคนไม่ชอบใช้ของแพงๆเวลาไปโรงเรียนอะ 55555

11. NARS Satin Lip Pencil สี Torres Del Paine
ในบรรดาเซ็ตของขวัญปีใหม่ที่มี5แท่งเราใช้สีนี้บ่อยที่สุดค่ะ
สีออกชมพูส้มๆพีชๆ สีไม่แรงและไม่ซีดจนป่วยเกินไป
แถมเนื้อดีจริง ทาง่าย และติดทนพอสมควรเลย :D

12. Collection CreamPuff Lip Cream สี Fairy Cake
ของดีของถูกที่พกติดกระเป๋าตลอดเวลา สีสวย ทาก็ง่าย กลิ่นหอมเหมือนขนม
บางทีไม่ได้ทาก็เอาออกมาดมเล่น ฟืดดดด 55555 

13. The Body Shop Honeymania Lip Balm
เป็นลิปมันที่เนื้อหนืดนิดๆ ให้ความชุ่มชื้นดีมาก ไม่ต้องหยิบขึ้นมาทาบ่อย
หอมกลิ่นน้ำผึ้งมากจนคิดว่าเอาน้ำผึ้งจริงๆมาทาปากเลย 55555

14. Bobbi Brown Hydrating Eye Cream
อายครีมกระปุกแรกในชีวิตเลยอันนี้ ปกติใช้แต่พวกอายโรลเลอร์
ให้ความชุ่มชื้นกับใต้ตาดีมาก ทำให้เกลี่ยคอนซีลเลอร์ง่ายขึ้น ชอบๆ :D

15. Nivea Acne Care Make Up Clear 
ลองมาครบทุกแบบแล้วปรากฏว่าชอบสูตรนี้มากที่สุด แรกๆอาจจะไม่ค่อยชิน
แต่พอใช้ไปนานๆแล้วรู้สึกเย็นสบายหน้าดี เหมาะกับอากาศร้อนๆอย่างบ้านเรามากๆ

16. Batiste Dry Shampoo
ตัวช่วยในวันที่ขี้เกียจสระผมแต่ไม่อยากให้ผมมันแผลบจนไม่สบายหัว
ก่อนหน้านี้ใช้กลิ่น fruity&cheeky cherry อันนั้นก็หอมๆดีแต่ไม่รู้สึกสดชื่นเท่าที่ควร
เลยซื้อกลิ่น cool&crisp fresh มาใช้ เย็นหนังหัวสมใจเลยค่ะ ชอบๆ

17. เซ็ตแแปรงรองพื้น/คอนซีลเลอร์ของ Real Techniques
ไปเดินบู๊ทส์แล้วเจอเลยกัดฟันซื้อเองมาในราคา990บาท
แต่ใช้ดีมาก ขนแปรงนุ่ม ซักตากแล้วไม่เสียทรงเลย ถือว่าคุ้มราคา

18. สำลี AIME 
ตอนแรกซื้อมาใช้เพราะกระแสล้วนๆ แต่ไปๆมาๆติดใจจนต้องซื้อมาตุนทีละห่อ2ห่อ
และกลายเป็นไม่ยอมใช้สำลียี่ห้ออื่นไปเลย คือชอบมาก 55555

หมดซะที~~~~ หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์กับหลายๆคนนะคะ
แต่อย่าลืมว่าของที่เราชอบกับที่คนอื่นชอบอาจจะไม่เหมือนกัน 
เพราะฉะนั้นก็ใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยน้าาาา
ไม่ได้คิดว่าตัวเองฮอตมากจนคนจะซื้อตามหรอก แต่กลัวโดนโจมตีว่าเห้ยฉันใช้แล้วพังนู่นนี่นั่น หยุด!
จุดประสงค์ของการเขียนอันนี้คืออยากมาแชร์สิ่งที่เราใช้แล้วชอบเฉยๆ
อันไหนที่สนใจ คิดว่าลองแล้วไม่เสียหายก็ตำโลดค่ะ 
ขอจบการบรรยาย? สาธยาย? อธิบาย? เพียงเท่านี้ค่ะ บ้ายบายยยย 55555