Showing posts with label THE BODY SHOP. Show all posts
Showing posts with label THE BODY SHOP. Show all posts

4.22.2016

OpenBag: ของฝากจากทริปแกรนด์โครเอเชีย (ออสเตรีย,สโลวีเนีย,โครเอเชีย,มอนเตเนโกร)


กลับมาจากเที่ยวได้เกือบอาทิตย์นึงแล้วเพิ่งมีเวลามาเขียน ฮืออออ
ตอนม.ปลายนี่กลับมามีเวลาพักยาวๆเลย สบายไปอีก
แต่นี่มหาลัยแล้วไง กลับจากเที่ยวปุ๊ปวันต่อมาต้องไปเรียนเลย เพราะมีเช็คชื่อ 5555
โอเค เข้าเรื่องๆ ทริปเที่ยวโซนยุโรปรอบนี้ช้อปสนุกมาก และต้องแข่งกับเวลาสุดๆ 
ประเภทแบบมีเวลาพิจารณาของแค่10นาทีเท่านั้น เวลาที่เหลือเอาไปต่อคิวจ่ายเงิน
แต่ก็ได้ของครบตามที่ต้องการ อิอิ มีอะไรบ้างไปดูกันเล้ยยย
ปล. รอบนี้ไม่มีขนมมารีวิวเพราะกินไปหมดแล้ว .____.

Bourjois healthy mix correcting concealer สี 52
อยากลองเจ้านี่มานานแล้ว เล็งมาตั้งแต่ไปยุโรปรอบแรก
แต่ก็หาไม่เจอสักที ไปรอบนี้เจอที่ร้าน dm ที่สโลวีเนียค่ะ 
เลยรีบตุนไว้เลยสองหลอด จำราคาเป็นยูโรไม่ได้ แต่ประมาณ400บาทไทยค่ะ
ไม่รู้ว่าจะทำให้ประทับใจเหมือนรองพื้นได้มั้ย ยังไม่ได้ลองจริงๆจังๆเลย :p

 Bourjois Blush สี 72 tomette
ได้มาจากร้านเดียวกับเมื่อกี้นี่แหละค่ะ 
เรื่องของเรื่องคือทำบลัชของเมย์บีลีนที่มีอยู่แตก
เลยไม่กล้าพกอันนั้นไปไหน ไว้ใช้ที่บ้านพอ
เลยจัดแจงสอยบลัชอันใหม่มาเพิ่มค่ะ
รู้สึกถูกชะตากับสีนี้ก็หยิบเลย จำราคาไม่ได้ และยังไม่ได้ลองเช่นกัน

Batiste Dry Shampoo XXL volume spray
เราเป็นคนที่ติดดรายแชมพูมากๆ เพราะขี้เกียจสระผม 55555
สูตรนี้ที่ไทยกระป๋องละ350บาท แต่ที่ร้าน BIPA ที่โครเอเชียกระป๋องละ32.90คูน่า
ก็ประมาณ175บาทเอง ถูกกว่าไทยเกือบครึ่ง แบบนี้จะให้ซื้อกระป๋องเดียวได้ไงล่ะ :D

 Maybelline Master Sculpt สี 02 Medium Dark
ติดใจการไล้ดั้งตอนที่ต้องแต่งหน้าเป็นหญิงย่า 55555
เลยตั้งเป้าไว้ว่าจะมาหาซื้อคอนทัวร์กับไฮไลท์ซะหน่อย
แล้วก็มาเจอกับอันนี้ที่ BIPA ร้านเดิม เลยเลือกสีกลางๆมาลองซะหน่อย
อันนี้ราคา 69.90 คูน่า ก็ประมาณ372บาทค่ะ

labello lip butter
ไม่รู้ทำไมมีแต่คนอยากได้อันนี้ 5555
มันเป็นลิปมันที่หอมมากกก หอมเหมือนขนม
ซื้อร้านเดียวกับดรายแชมพู ราคา19.90คูน่า ประมาณ106บาทค่ะ
(จะแอบบอกว่าเจ้าลิปนี่ไปๆมาๆที่โครเอเชียแอบถูกกว่าที่ออสเตรียเบาๆนะ 
แต่ก็ถูกกว่ากันแค่สิบกว่าบาท ใครไม่ซีเรียสก็โอเคค่ะ)

 Maybelline the colossal volum' express
อันนี้ก็ซื้อที่ BIPA เหมือนกัน แต่เป็นที่ออสเตรีย 5555
เห็นนางมีโปร1แถม1อยู่ค่ะ เลยจัดซะหน่อย
เราเลือกแบบ smokey eyes กับ waterproof มาลอง
ราคาเกือบๆ400บาทไทย ก็ตกแท่งประมาณร้อยปลายๆค่ะ แฮปปี้
ไม่รู้พอเอามาใช้กับอากาศที่ไทยจะไหลมั้ย TT ต้องรอดูค่ะ

The Body Shop flawless finish collection
วันท้ายๆก็จะอยู่ในช่วงที่ต้องใช้เงินยูโรที่แลกมาให้หมด 5555
ก็เดินงงๆเข้าไปในบอดี้ช็อปที่ออสเตรีย
จริงๆคืออยากได้บีบีของมันเฉยๆ แต่เห็นนางจัดโปรคู่กันอยู่
จับคู่กันจาก26ยูโรกว่าๆเหลือแค่23ยูโร ก็920บาท
ในเซ็ตนี้จะมีไพร์มเมอร์เนื้อซิลิโคนที่พนักงานนางบอกว่าจะทำให้เหมือนใช้แอพแต่งรูป
คือรูขุมขนเล็กลง หน้าเนียนงี้ แล้วก็จะแมตต์ตลอดทั้งวัน
อู้หูวววว ลองดูก็ได้ เชื่อคนง่ายไปอีก พอมาคิดอีกทียังไงก็เจ้านี่คงแพ้อากาศที่ไทยแหละวะ
ปล. พอเอากลับมาใช้ที่ไทยบีบีเนื้อมันแอบเหลวไม่เป็นครีมแล้วอะ
เขย่ายังไงก็เหลวเหมือนเดิม อากาศบ้านเรามันร้อนไปจริงๆนะคะคุณผู้โช้มมมม

Zoeva 103 / defined buffer foundation pinsel
ด้วยความที่ฟองน้ำลงรองพื้นของซีโฟร่ามันมาเน่าที่นี่ 
คือกลิ่นเหม็นมากเพราะชุบน้ำแล้วไม่มีโอกาสได้ตาก 55555
เลยตัดสินใจซื้อแปรงลงรองพื้นตัวนี้มาค่ะ ลงได้เนียนและติดทนดีมาก ลองมาแล้ว
แต่เจ็บใจมากเพราะมันแพงกว่าไทยตั้ง10บาท จะร้องไห้ TT 
แทบจะเลิกซื้อของที่ douglas แล้วเนี่ย เพราะหลายอย่างแพงกว่าไทยมาก

Daniel Wellington Glasgow 40mm
รักในความมินิมอลของนาฬิกายี่ห้อนี้
ซื้อที่สนามบินมอนเตเนโกรค่ะ ราคา135ยูโร ก็5400บาทถ้วน
ถูกกว่าซื้อในเว็บพร้อมโค้ดส่วนลดประมาณ400กว่าบาท ถือว่าเป็นเรื่องราวดีๆ

กระเป๋าสตางค์ของ Michael Kors
อันนี้ซื้อที่สนามบินเวียนนาขากลับค่ะ ทีแรกว่าจะเข้าไปเดินเล่นเฉยๆ
แต่นางบอกว่าสีเหลืองนี่คอลเลคชั่นใหม่นะ บลาๆๆๆๆ
ใจอ่อนอีกแล้ว ซื้อก็ได้ 55555 จำราคาจริงๆของมันไม่ได้ จำได้แค่ได้ tax refund อีก13ยูโร

เสร็จแล้ววววกับการเปิดถุงช้อปปิ้งรอบนี้ เหมือนจะไม่เยอะแต่ก็เยอะอยู่นะ 5555
น่าจะงดช้อปปิ้งยาวๆเลย ใช้ของที่ซื้อมาให้คุ้มก่อน แหะๆ
แล้วก็เก็บเงินผ่อนนาฬิกาด้วย อันนี้พ่อแม่ไม่ซื้อให้ค่ะ
ก็ขอจบการสาธยายเพียงเท่านี้ สวัสดีค่ะ

2.09.2015

Diary: My 18 Favorite Things

เนื่องในโอกาสที่แพรอายุครบ18ปีพอดี (แต่หน้านี่ไปไกลแล้ว 55555)
เลยอยากจะมาแนะนำของ18อย่างที่ใช้แล้วดี แฮปปี้ ไม่เคยทำให้ผิดหวัง
บางอย่างพอใช้ปุ๊ปอยากจะรีบไปซื้อมาตุนเพิ่ม มีอะไรบ้างไปชมกันเลยค่ะ

1. Bio-Oil
เริ่มไปซื้อตัวนี้มาใช้ตอนหน้าพังค่ะ คือแพ้โฟมล้างหน้าแล้วสิวเห่อเต็มหน้าเลย
พอสิวหายปุ๊ปทิ้งไว้แต่รอยดำก็ไปซื้อตัวนี้มาลองใช้ ทาตรงที่มีรอยไปซัก2-3เดือนก็เริ่มจาง
จนถึงตอนนี้ก็ผ่านมา4-5เดือนแล้ว รอยหายไปเกือบหมดแล้วค่ะ หน้ากลับมาเป็็นปกติ :D
 ตอนที่โดนมดกัดจนเป็นเหมือนแผลเป็น เป็นรอยดำๆ พอทาตัวนี้สักพักก็จะจางแล้วหายไปเอง 
ไม่ใช่แค่รักษารอยนู่นนี่นั่นเท่านั้น จะใช้ทาบริเวณที่แห้งมากก็ได้ พูดง่ายๆคือสารพัดประโยชน์
ขวดนึงน่าจะใช้ได้นานเพราะใช้ทีนึงไม่กี่หยดเอง รักที่สุดดดด ><

2. Winmax Cuticle Oil
อันนี้ซื้อที่ไดโซะค่ะ ขวดละ60บาท ไม่แน่ใจว่ามีทุกสาขามั้ย (เราซื้อที่เมกาบางนา)
จะบอกว่าเป็นน้ำมันทาขอบเล็บที่ดีมากกก แถมราคาก็ถูกแสนถูก อยากจะไปเหมามารัวๆ 
กลิ่นมันหอมแบบบอกไม่ถูกอะ แต่ไม่แรงมากนะ หอมพอดีๆ 
เสียอย่างเดียวคือพกลำบากนี่แหละ นอกนั้นเอาใจไปเลยเต็มๆ

3. JERGENS Overnight Repair
ตอนนั้นซื้อเพราะจะไปยุโรป อยากได้อะไรที่ให้ความชุ่มชื้นดีๆและพกพาง่าย
ก็เลยซื้อหลอดเล็กมาลอง ปรากฏว่าใช้ดีมาก ติดใจ กลิ่นหอมด้วย -..- (อีกแล้ว)
ใช้ที่โน่นก็โอเค ใช้ที่ไทยก็ดีงาม (ในกรณีที่อยู่ห้องแอร์หรืออากาศหนาว ไม่งั้นจะเหนียวตัว)

4. Nivea Extra White Make Up Starter
มีโอกาสได้ลองใช้ตอนที่ได้เป็นของรางวัลจากการประกวดนี่แหละค่ะ
ใช้หลอดเล็กแล้วติดใจ ให้ความชุ่มชื้นค่อนข้างโอเค ถึงSPFจะไม่สูงมากแต่กัดแดดได้ดีโคตร
ตั้งแต่ใช้มาหน้าไม่ดำขึ้นจากเดิมเลย ทั้งๆที่ตากแดดทั้งกลางวันและเย็นแบบจัดเต็ม
ไม่ได้ชอบเพราะได้มาฟรีนะ มันดีจริงๆ ไนท์ครีมที่ได้มาด้วยกันเราก็ไม่ชอบนะ กลิ่นแรงเกิน -_-

5. Bourjois healthy mix serum
บอกเลยว่าเป็นรองพื้นที่ใช้ที่ไทยก็ดี ใช้ที่เมืองนอกที่อากาศหนาวจัดแห้งจัดก็เอาอยู่
วันกีฬาสีทาไปบ้าๆบอตากแดดเหงื่อไหลก็ยังเป๊ะจนถึงบ่าย 
ตอนไปเที่ยวยุโรปก็ทาตั้งแต่8โมง จนทุ่มนึงก็ยังอยู่ดีแล้วหน้าก็ไม่แห้งเลยด้วย 
ใช้คู่กับนีเวียตัวข้างบนอย่างเดียว ไม่ได้ทามอยส์เจอไรเซอร์อะไรเพิ่มเลยหน้าก็ไม่แห้ง
แถมเราใช้แล้วผ่อง สีไม่ดรอปเลยระหว่างวัน ไม่รักได้ไงล่ะ <3

6. Bobbi Brown Brow Kit สี Saddle/Mahogany
สิ่งนี้แหละที่ทำให้เรารักการเขียนคิ้วสีน้ำตาล ติดทนดีไม่เลือนระหว่างวันถ้าไม่ไปเช็ดโดน
พอใช้ไปใช้มารู้สึกว่าแปรงที่เค้าให้มานั่นแหละเขียนเป็นธรรมชาติที่สุดแล้ว
รู้สึกพอหน้าเริ่มมันเหงื่อเริ่มออกแทนที่มันจะหลุดกลับสีเข้มขึ้นซะงั้น งงเลย แต่ก็ดีแล้ว 5555

7. Rimmel Stay Matte สี Translucent
มันไม่ได้ทำให้หน้าไม่มันหรอก แต่ใช้แล้วหน้าผ่องดี ราคาไม่แพงด้วย
ใช้เซ็ตรองพื้นแล้วดีงามสุดๆอะ ถ่ายรูปออกมาหน้าขาววิ้งแบบไม่หลอกตา 55555

8. Maybelline Cheeky Glow สี Wooden Rose
ตอนแรกซื้อมาเก็บไว้เฉยๆ ไม่ได้ใช้เพราะเป็นคนแก้มแดงอยู่แล้ว
แต่พอหลังๆแก้มเริ่มไม่แดงโดยธรรมชาติ งานเข้าสิคะทีนี้ ก็ต้องมีตัวช่วยกันหน่อยแว้ว
ลองปัดแล้วชอบมาก ชิมเมอร์ไม่เยอะเกิน สีเข้ากับหน้า ปัดแล้วไม่ดูเป็นตูดลิง 

9. Collection Lasting Perfection Ultimate Wear Concealer
ดูจากสภาพหลอดที่ใช้และการไปซื้อมาตุนก็น่าจะรู้ว่าปลื้มตัวนี้แค่ไหน 55555
เนื้อไม่หนักมาก ใช้ปิดรอยคล้ำใต้ตาได้ดีทีเดียว ปิดรอยสิวก็พอรอดบ้าง แถมราคาไม่แพง
หลอดนึงใช้ได้นานพอสมควรเลย ส่วนใหญ่จะใช้เฉพาะตอนไปเรียน

10. M.A.C Studio Finish Concealer
ใช้ปิดรอยสิวได้ดีมาก กดๆปิดรอยสิวหลังทาแป้งก็ไม่เป็นคราบ
ส่วนใหญ่ใช้ตอนไปเที่ยวค่ะ ไม่รู้สิเป็นคนไม่ชอบใช้ของแพงๆเวลาไปโรงเรียนอะ 55555

11. NARS Satin Lip Pencil สี Torres Del Paine
ในบรรดาเซ็ตของขวัญปีใหม่ที่มี5แท่งเราใช้สีนี้บ่อยที่สุดค่ะ
สีออกชมพูส้มๆพีชๆ สีไม่แรงและไม่ซีดจนป่วยเกินไป
แถมเนื้อดีจริง ทาง่าย และติดทนพอสมควรเลย :D

12. Collection CreamPuff Lip Cream สี Fairy Cake
ของดีของถูกที่พกติดกระเป๋าตลอดเวลา สีสวย ทาก็ง่าย กลิ่นหอมเหมือนขนม
บางทีไม่ได้ทาก็เอาออกมาดมเล่น ฟืดดดด 55555 

13. The Body Shop Honeymania Lip Balm
เป็นลิปมันที่เนื้อหนืดนิดๆ ให้ความชุ่มชื้นดีมาก ไม่ต้องหยิบขึ้นมาทาบ่อย
หอมกลิ่นน้ำผึ้งมากจนคิดว่าเอาน้ำผึ้งจริงๆมาทาปากเลย 55555

14. Bobbi Brown Hydrating Eye Cream
อายครีมกระปุกแรกในชีวิตเลยอันนี้ ปกติใช้แต่พวกอายโรลเลอร์
ให้ความชุ่มชื้นกับใต้ตาดีมาก ทำให้เกลี่ยคอนซีลเลอร์ง่ายขึ้น ชอบๆ :D

15. Nivea Acne Care Make Up Clear 
ลองมาครบทุกแบบแล้วปรากฏว่าชอบสูตรนี้มากที่สุด แรกๆอาจจะไม่ค่อยชิน
แต่พอใช้ไปนานๆแล้วรู้สึกเย็นสบายหน้าดี เหมาะกับอากาศร้อนๆอย่างบ้านเรามากๆ

16. Batiste Dry Shampoo
ตัวช่วยในวันที่ขี้เกียจสระผมแต่ไม่อยากให้ผมมันแผลบจนไม่สบายหัว
ก่อนหน้านี้ใช้กลิ่น fruity&cheeky cherry อันนั้นก็หอมๆดีแต่ไม่รู้สึกสดชื่นเท่าที่ควร
เลยซื้อกลิ่น cool&crisp fresh มาใช้ เย็นหนังหัวสมใจเลยค่ะ ชอบๆ

17. เซ็ตแแปรงรองพื้น/คอนซีลเลอร์ของ Real Techniques
ไปเดินบู๊ทส์แล้วเจอเลยกัดฟันซื้อเองมาในราคา990บาท
แต่ใช้ดีมาก ขนแปรงนุ่ม ซักตากแล้วไม่เสียทรงเลย ถือว่าคุ้มราคา

18. สำลี AIME 
ตอนแรกซื้อมาใช้เพราะกระแสล้วนๆ แต่ไปๆมาๆติดใจจนต้องซื้อมาตุนทีละห่อ2ห่อ
และกลายเป็นไม่ยอมใช้สำลียี่ห้ออื่นไปเลย คือชอบมาก 55555

หมดซะที~~~~ หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์กับหลายๆคนนะคะ
แต่อย่าลืมว่าของที่เราชอบกับที่คนอื่นชอบอาจจะไม่เหมือนกัน 
เพราะฉะนั้นก็ใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยน้าาาา
ไม่ได้คิดว่าตัวเองฮอตมากจนคนจะซื้อตามหรอก แต่กลัวโดนโจมตีว่าเห้ยฉันใช้แล้วพังนู่นนี่นั่น หยุด!
จุดประสงค์ของการเขียนอันนี้คืออยากมาแชร์สิ่งที่เราใช้แล้วชอบเฉยๆ
อันไหนที่สนใจ คิดว่าลองแล้วไม่เสียหายก็ตำโลดค่ะ 
ขอจบการบรรยาย? สาธยาย? อธิบาย? เพียงเท่านี้ค่ะ บ้ายบายยยย 55555

4.16.2014

OpenBag : ของฝาก(ให้ตัวเอง)จาก Italy

หายไปซะนานเลย 55555 ไปเที่ยวอิตาลีมาค่า กลับมาตัวดำเลย
แดดแรงมากกก แต่สนุกดีได้เที่ยวทั้งเมืองที่อากาศหนาวและทะเลไปพร้อมกัน
มาพูดถึงเรื่องของฝาก(ตัวเอง)บ้างดีกว่า เริ่มที่เครื่องสำอางกันก่อนเลยเนอะ
นี่คือภาพรวม 5555 ไม่เยอะนะเพราะ drug store ที่โน่นมีน้อย
farmacia ก็เน้นพวกยากับเวชสำอางซะส่วนใหญ่เลยไม่อิน -_-
ไปดูกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง

(บน) Douglas Foundation Brush
(ล่าง) Prestige BRS-06
ขนมันนุ่มนิ่มดีทั้งสองอันเลย ราคาก็ไม่แพงมากด้วย
อันบนรู้สึกจะประมาณ7-8ยูโรนะคะถ้าจำไม่ผิด ซื้อที่ร้าน Douglas
ส่วนอันล่าง13ยูโรนิดๆค่ะ ซื้อที่ Autogrill 

Sephora 3D Precision Sponge
ฟองน้ำไข่เบลนด์รองพื้น อยากมีไว้ในครอบครองเฉยๆ 5555
ราคา9,90ยูโรค่ะ ไม่แพงมากเหมือนกัน

L'OREAL Nude Magique Blur Cream 
เป็นออกแนวเบสหรือไพร์เมอร์อะค่ะ ก่อนใช้ก็เขย่าก่อน
พอทาไปปุ๊ปมันจะแห้งๆลื่นๆ ไม่ได้เบลออะไรแต่อย่างใด แพงก็แพง
หลอดแค่นี้ราคาตั้ง13ยูโร ฮ่วยยย อารมณ์เสีย 5555
ปล.ตอนหยิบลืมดูราคา =__= ผิดเองแง้

Catrice Prime and Fine Smoothing Refiner
เค้าว่าดีเราก็ว่าดีค่ะ สอยมาแบบไม่ได้ลืมหูลืมตา 5555
ราคาจำยูโรไม่ได้แต่ประมาณ 260 บาทไทย ถูกกว่าไทย10บาท -_-
แต่เป็นไพรเมอร์ที่เนื้อค่อนข้างดีทีเดียวแหละ

Rimmel Stay Matte สี Translucent 
แป้งที่ทุกคนวอแวกันอย่างมากว่ามันดี
พอลองแล้วก็เฉยๆนะ แต่ก็โอเคอยู่ค่ะหน้าก็มันน้อยลงนิดนึง

L'OREAL Ciglia Finte Farfalla 
งานงอกตรงอ่านไม่ได้แปลไม่ออก -_-
พนักงานที่ Douglas เชียร์ให้ซื้อค่ะ บอกว่ามันดีนะยู
ใช้แล้วขนตายาวฟรุ้งฟริ้งเชียวแหละ ลดราคาอยู่ด้วยนะ
เราก็เลยโอเคๆเลทมีแฮฟดิสวัน 55555 ค่าเสียหาย9,90ยูโรค่ะ
รูปร่างแปรงแปลกตาดี ยังไม่ได้ลองใช้เลย

KIKO Definition Eyeliner
เป็นแบรนด์ของอิตาลีค่ะอันนี้ เห็นมีชาวอิตาลีเข้าไปวอแวกันเยอะก็เข้าไปบ้าง
หน้าร้านมีป้ายล่อตาล่อใจว่า Eyeliner แค่3,90ยูโรเองนะ
ก็ไปลองขีดๆดูอืมมมมมันก็ดีนะ เอาก็ได้แว้ :p

KIKO Super Colour Mascara สี 02
เห็นข้างๆมีมาสคาร่าสีๆเลยจะลองใช้ดู ราคาเท่าอายไลน์เนอร์เลยค่ะ
จริงๆคนที่เข้าร้านนี้ส่วนใหญ่จะมาวอแวกับยาทาเล็บกัน
แล้วก็เตือนไว้ก่อนว่าสีของรองพื้นที่นี่ค่อนข้างเข้มนะคะ เราลองแล้วมือดำเลย TT

Maybelline Baby Lips
ที่ซื้อเพราะอยากได้แพ็กเกจจิ้งแบบนี้ สวยมากกกกกกกกก
แต่ราคาก็จะแพงกว่าค่ะ ประมาณ200กว่าบาทแน่ะ
ซื้อมาสะสมไว้นานๆเจอที แหะๆ

(บน) Bottega Verde สี Fragola
(ล่าง) Bottega Verde สี Nude
ซื้อมาเพราะมันลดราคา 5555 ยี่ห้อนี้ออกแนวคล้ายๆอีฟโรเช่ค่ะ แต่เป็นของอิตาลี
สีมันก็ชัดดีค่ะ ซื้อมาเพื่อให้สบายใจเฉยๆว่ามี (นิสัยไม่ดี)
ราคา2,99ยูโรค่ะ

Bottega Verde Protective Colour Lipstick with Argan Oil 
สีสวยราคาถูก แถมไม่มีขายในไทย ต้องสอยมาให้อุ่นใจกันนิดนึง 5555
น่าสนใจตรงมันใส่ Argan Oil นี่แหละ ราคารู้สึกจะแค่4ยูโรเอง หิหิหิหิ

Bottega Verde Make-up Wipes with Chamomile Extract
ยังไม่ได้แกะไม่รู้ว่ามันดีมั้ย เห็นว่าลดราคาก็หยิบมา 5555
สเต็ปเดิมๆ ราคาก็ประมาณ5ยูโรค่ะ

Garnier Sensitive essential 
ดูจากสภาพห่ออันนี้ใช้จริงค่ะ ซื้อตั้งแต่วันแรกๆเลย
เช็ดมาสคาร่าเกลี้ยงดีค่ะตัวนี้ ไม่แสบตาด้วย ชอบๆ :D

The Body Shop Honey Mania Lip Balm
ซื้อที่ดิวตี้ฟรีสนามบินมิลาน เห็นมันน่าสนใจดีเลยสอยมา
กลิ่นหอมดีด้วยค่ะ ราคา5ยูโรถ้วน

M.A.C Studio Finish Concealer สี NC30
ไม่ได้ซื้อตามพี่โมเมพาเพลิน พนักงานที่เคาน์เตอร์เลือกสีนี้ให้ 55555
ตอนแรกจะซื้อ Nars Radiant Creamy Concealer แหละแต่ว่าเนื้อมันหนักมาก
ลงไปแล้วไม่เข้ากับเราเลย ชอบอันนี้มากกว่า ราคา15,20ยูโรค่ะ

มาเข้าหมวดกระเป๋ากันบ้างดีกว่าเนอะ
ไปดูกันเลยว่าได้อะไรมาบ้าง

COCCINELLE ไม่รู้ชื่อรุ่น 555555
ใบนี้ราคา 215 ยูโรค่ะแต่ได้คืนภาษีอีกจำนวนนึงก็ทำให้ถูกลงไปอีก
บางคนอาจจะคิดว่ายังเด็กอยู่ทำไมดัดจริตใช้กระเป๋าใบละเกือบหมื่น
เราเคยเห็นรุ่นไล่ๆกันใช้ใบละ5หมื่นนะเพราะฉะนั้นเราคิดว่าเรายังดัดจริตไม่มาก 5555
(ยืมคำพูดขุ่นแม่โมเมพาเพลินมานิดนึง)
สีสวยดีค่ะ ใช้เป็น everyday bag ได้ ทรงจะปรับให้เป็นแบบในรูปหรือจะพับเข้าก็ได้
ของจริงสวยเกินบรรยายค่ะ -/\- 

กระเป๋าสตางค์ MICHAEL KORS
ฝรั่งชอบหิ้วยี่ห้อนี้กันก็หิ้วตาม 5555 ปีที่แล้วเคยซื้อใบยาวสีแสดไปแล้ว
ทริปนี้พ่อเชียร์ให้ซื้อใบนี้อีกใบ สวยมากเงาๆวิบวับๆ
ราคา 59 ยูโรค่ะ :D

กระเป๋า crossbody จาก Accessorize 
พอซื้อกระเป๋าตังค์ใบข้างบนมาปุ๊ปต้องหาคู่ค่ะ 555
จนมาเจอใบนี้มันช่างเข้ากันดี๊ดี >< ราคาไม่แพง 15ยูโรกว่าๆค่ะ

ที่ใส่บัตรจากร้าน carpisa
ซื้อมาเพื่อเอาไว้ใส่บัตรสำคัญๆต่างๆค่ะ ราคา12,90ยูโร
จริงๆถ้าใครอยากได้กระเป๋าถูกคุณภาพดีแนะนำร้าน carpisa นะ
หาได้ทั่วไปในอิตาลีเลย มีแบบให้เลือกเยอะด้วย

หมดแล้วค่ะทั้งของฝากทั้งเงิน ในหมวดกระเป๋านี่เราต้องกดเงินมาคืนแม่ทั้งหมดนะคะ 5555
น้ำตาจะไหลจริงๆ T__T ขอแนะนำเกร็ดเล็กๆน้อยของอิตาลีนิดนึงเนอะ
ห้องน้ำสาธารณะส่วนใหญ่เสียเงินหมดค่ะ ราคาตั้งแต่0,50-1,50ยูโร แล้วแต่ที่
และต้องระวังโจรขโมยมากๆ อย่าควักแบงค์ใหญ่อย่างแบงค์ร้อยหรือ5ร้อยขึ้นมาถ้าไม่จำเป็น
เพราะโจรจะเห็นและเดิมตามแล้วฉกกระเป๋าเราไปทันที โจรที่นี่มีหลายรูปแบบค่ะ
กระชากไปบ้าง เดินชนบ้าง ทำให้เราตกใจแล้วอาศัยจังหวะหยิบไปเลยบ้าง 
หลอกให้เราถ่ายรูปให้บ้าง โอ้ยยสารพัดแล้วแต่จะเจอค่ะ ต้องระวังตัวมากๆกอดกระเป๋าไว้แน่นๆ
แพรกลับมาโดยที่ทุกอย่างยังอยู่ครบค่ะ แต่ยาดมหายบนเครื่องบิน น่าเกลียดมั้ย -_-
ไปแล้วค่ะบ้ายบายยยย กราเซีย 55555