Showing posts with label IT. Show all posts
Showing posts with label IT. Show all posts

12.07.2013

Unboxing: iPhone 5s

ข้อมูลหายหมดเลยต้องเขียนใหม่ฮืออออ TT สงสัยแอดพ่องไม่พอใจ 5555
(แอดพ่องแก้ข่าวๆๆๆ Accident นะแจ้ะแอดพ่องไม่ได้ตั้งจึยยย -3- 5555)
วันนี้จะมาเปิดกล่องไอโฟน 5s กันนะค้าบบบ เราจะเขียนแบบบ้านๆไปก่อน
แบบความรู้จัดเต็มเดี๋ยวจะให้แอดพ่องมาจัดการอีกทีนะคะ :D
 แค่กล่องก็สวยแล้วอะเอาจริงๆ ดูสะอาดตามากๆ
เปิดมาแท่นแท้นนนนน หน้าตาเหมือนไอโฟน5แทบจะทุกอย่าง
เพียงแต่มีอะไรเพิ่มมานิดๆหน่อยๆเท่านั้น ตรงนี้จะให้แอดพ่องมาอธิบายนะคะ

แอดพ่องจะมาขยายความมมมม
สำหรับ iPhone 5S มีสิ่งที่เปลี่ยนไปจากเดิมคร่าวๆ คือ...
1.แน่นอนว่ามีสีเป็น 3 สีแล้วคือ White,Space Grey(ดำเทา),Champagne Gold(สีทอง)
2.ชิป A7 64 Bit ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
3.กล้อง 8 ล้าน MP ที่ปรับกระจกเลนส์ให้ถ่ายภาพได้ชัดขึ้น
พร้อม Dual LED Flash โทนร้อนโทนเย็นให้ภาพในที่ๆแสงน้อยสวยมากขึ้น
4.Touch ID เป็นการปลดล็อกเครื่องแบบใหม่ (ที่ทุกๆคนเค้าเห่อกันหน่ะ -3- 5555)
ว่ากันว่าเราสามารถใช้นิ้วมือ นิ้วเท้า อวัยวะติดเรท บลาๆๆๆ...ได้หมด 5555
ก็...จะมาขยายความแค่นี้แหล่ะ 55555
 ตอนแรกแอนตี้สีทองมากกกก แต่สุดท้ายก็ซื้อเพราะเห็นของจริงแล้วแบบ โอ้วว้าว *0*
มันดูพรีเมี่ยมอย่างบอกไม่ถูก 55555  (เราซื้อแบบ16GBนะ ไม่มีปัญญาซื้อ64GBค่ะ จนกรอบแน่ๆ -_-)
 ตัวเครื่องแลดูบอบบางนะ กลัวประวัติศาสตร์ซ้ำรอยมากเอาจริงๆ 5555
(เคยทำโน้ตสองตกหน้าจอแตกกระจายมาแล้ว T___T)
 เปิดมาด้านล่างก็จะมี EarPod,USB และหัวชาร์จ เมื่อวานเขียนว่าหูฟังโดนแอดพ่องบ่นยับเลยแง้
บอกตรงๆว่าเราไม่มีความรู้เรื่องพวกนี้เลยจ้า โง่ฝุดๆ 55555
 ปิดท้ายด้วยรูปนี้ละกัน สวยที่สุดอะ เห่อมว๊ากกกก ><
ไม่ได้จะมาอวดนะ เป็นข้อมูลสำหรับคนที่สนใจเท่านั้น แต่ข้อมูลจะมาทีหลัง 5555
ความรู้สึกหลังใช้หรอ งืมมม…เข้าใจอารมณ์คนเคยใช้โน้ตแล้วเปลี่ยนมาไอโฟนปะ
คิ้วนี่ย่นไปหมดละ ต้องเพ่งแบบสุดๆ แต่หน้าโฮมสีสันสวยงามและ Touch ID สนุกมาก 5555
ขอจบการโม้เพียงเท่านี้ละกันเนอะ ไปแล้วค่าบ้ายบายยยยย :D

…แอดแม่ง...

10.18.2013

Review + How To : มาทำ Windows ให้หน้าตาเหมือน Mac OSX ด้วย Rocketdock

จากการคาดเดาของแอดพ่อง
คนกว่า 75% ใช้ Windows
จำนวนคนใช้ Windows ในนั้นอีก 45% อยากใช้ Mac
ในจำนวนนั้นอีก 10% ไปซื้อ Mac มาใช้ แต่ 90% ก็ยังคงแค่อยากใช้ต่อไป.........
แต่วันนี้แอดพ่องจะมาทำให้ฝันของคุณเป็นจริงง!! นิดหน่อยนะ 55555 -3-"
เราจะมาแปลงหน้าตาของ Windows แบบเดิมๆ ให้คล้าย Mac OSX ด้วย Rocketdock จ้าาาา <3

Before

After
(ไม่เหมือนแต่ก็คล้ายๆหน่าาาา 5555 -3-")

ก่อนอื่นเลย...โหลด Rocketdock กันก่อน


โหลดเสร็จก็ติดตั้งไฟล์โปรแกรมจ้าาา กด Next ไปเรื่อยๆ

เสร็จแล้วก็กดเปิดโปรแกรมได้เยยยยย
เข้าไปที่ Start > All Programs > Rocketdock
(ของแอดพ่องแปลกตานิดนึง เป็น Windows 8 หน่ะ 55555 -3-")

หลังจากเปิดโปรแกรมขึ้นมา Dock ของเราก็จะไปโผล่อยู่ข้างบน
(แต่ของแอดพ่องอยู่ข้างล่างเพราะเคย Set ไว้แล้ว 5555)

Taskbar ของเรามันช่างเกะกะซะจริงๆเลย! (ทำเสียงเหมือนหนังจีน --")
จัดการมันให้ไปอยู่ข้างบนซะ แล้วก็จัดการมันให้คล้ายๆ Mac โดยยยย
คลิกขวาที่ Taskbar > Properties > แล้วเซ็ตตามแอดพ่องเยยยย
หลังจากนั้น Taskbar เราก็จะไปอยู่ข้างบน + ผอมเพรียวเหมือน Mac ทันที <3

ปกติแล้ว Mac จะมี Icon อยู่ฝั่งขวา แต่แอดพ่องคิดว่ามันคงไม่จำเป็นหรอกเนาะๆๆ 5555
เก็บมันซะ!! โดยยยยย คลิกขวาที่ Desktop > แล้วเซ็ตเหมือนแอดพ่องเยยยย
เพียงเท่านี้ Desktop เราก็จะหายไปในพริบตา
(ลืมไปเลยว่าเคยมีไอคอน เอะ -3-)

เปลี่ยนสี Taskbar ข้างบนให้มันเหมือนๆ Mac กันหน่อยดีกว่าาา
แถบงานของ Mac สีจะออกขาวๆเทาๆ...เราก็เปลี่ยนของ Windows ให้สีออกขาวๆเทาๆด้วยละกัน >3<!!

เรามาเซ็ตตัว Dock ข้างล่างกันดีกว่าาา
เซ็ตตามแอดพ่องเลยน้าาา ^^


Note : Theme ที่ชื่อว่า Mac OS X Leopard โหลดตรงนี้ได้เลย :)
ส่วนวิธีติดตั้ง Theme ก็ Scroll ลงไปดูข้างล่างๆ แถวๆ Stack Docklet นะ
แอดพ่องอธิบายไว้แล้ว


แล้ว Icon ใน Dock หล่ะ จะจัดการอย่างไรดี.........
ทำตามแอดพ่องบอกนะ

ก่อนอื่นเลย โหลดรูปของ Icon มาเก็บไว้โดยการ 
1)Search ใน Google
2)โหลดของแอดพ่อง



(อันนี้คือที่แอดพ่องมี)

เวลาอยากได้ Icon มาอยู่ใน Dock ก็คลิกซ้ายแล้วลากเข้า Dock มา
ก็ได้แย้วว <3
ส่วนวิธีเปลี่ยนรูป ชื่อ ตำแหน่งไฟล์ ทำอย่างนี้
คลิกขวาที่ตัว Icon แล้วจัดการเปลี่ยนเลยยย


จัดการเปลี่ยนรูป ชื่อ ให้เหมือนทุกอัน ดูแบบในเว็บได้ว่า Mac เค้าเรียง Icon ยังไง
เรียงให้เหมือนเลยก็ได้ (แอดพ่องทำคล้ายๆ บางอันไม่เหมือนเป๊ะ 5555)

แอดพ่องมี Addon ตัวนึงมานำเสนอ มันคือ Stack Docklet
คือตัวที่ซ่อนไฟล์หลายๆไฟล์ได้เหมือน Mac ไงหล่ะ
(อ่านแล้วงงมั้ยหง่ะแงงง TT 55555)
ลองโหลดดูนะๆๆ


ส่วนวิธีติดตั้ง แอดพ่องขออธิบายพร้อมการติดตั้ง Theme เลยแล้วกันนะๆๆๆ
ทำตามรูปเลยยย

Stack Docklet ใช้เยี่ยงไร....
คลิกขวาที่ Dock > Add > Stack Docklet

แล้วเราก็คลิกขวาที่ Icon ของ Stack Docklet > Setting
ก็จะได้หน้าตาอย่างนี้

กดเลือก Destination (ตำแหน่ง) ของไฟล์ตรง Folder แล้วกด Enter
เวลาคลิกก็จะขึ้นไฟล์ + โฟล์เดอร์ในตำแหน่งที่เราตั้งค่าไว้นั่นเองง
ส่วน Mode คือการแสดงออกหลังจากเราคลิก
มี 2 แบบ
1)Fan คือแบบที่ Icon จะพุ่งเฉียงขึ้นไปข้างบน

2)Grid คือที่แสดงแบบกรอบสี่เหลี่ยม

เอาหล่ะใกล้เสร็จแล้ว ก็เหลือแค่ Wallpaper ที่เป็น Mac ของจริง
หาโหลดจาก Google ได้เลยยย


และนี่คือหน้าตาของ Desktop ของแอดพ่อง จ้าาาาา >3<!!

(แอดพ่องชอบ Wallpaper อันนี้เลยเลือกมา 5555)
แอดพ่องขอขยายความเล็กน้อยเกี่ยวกับ Icon นะครับผมม


Finder = My Computer ดีๆนี่เอง -3-"
Safari = โปรแกรมจริงๆที่แอดพ่องโหลดมาใช้เป็นเบราเซอร์เขียนบล็อก
Mail = เฟคให้เหมือน 5555
Contacts = เฟคเช่นกัน -3-"
Message = Line
Facetime = Skype
Photobooth = เฟคมา...แต่ในเว็บมีให้โหลดนะ ( แถมให้...คลิก )
iPhoto = ACDSee (แม่งไม่เกี่ยวกันเล๊ยยยย 5555)
iTunes = โปรแกรมจริงที่แอดพ่องไว้ Sync iDevices
Mac App Store = เฟคจ้าาาา ทำอะไรไม่ได้ 5555
System Preference = Control Panel
Word Excel Powerpoint = โปรแกรมจริงแต่เฟคหน้าตา Ico เป็น Icon ของ Mac --" 5555
Minecraft , Chrome = นี่คือเรื่องจริง โปรแกรมที่เห็นก็โปรแกรมจริงๆ ไม่ใช่ตัวแสดงแทน (เอะ 555)
Photoshop = แอดพ่องใช้ CS2 แต่เฟคให้อัพเดทสุดๆไปเลย! 55555
Drive = เฟค Icon ให้เหมือนของ Mac
Stack Docklet , Clock , Setting , Recycle Bin = เป็นของระบบมัน อย่าไปสนใจ

ปล.ใครจะเรียง + ตั้งชื่อตามแอดพ่องก็ได้นะครับผม ^^

เอาหล่ะท้ายสุด ขอ.......
ขอบคุณ Rocketdock + Addon ทั้งหลายในการเฟคให้เหมือนเยี่ยงนี้ 555555
ขอบคุณ appreview.in.th ที่เป็นแนวทางในการปรับแต่งนะครับผม
ขอบคุณเว็บนอกที่เอื้อเฟื้อรูป Icon ของ Mac มา ณ ที่นี้
ขอบคุณโปรแกรม Paint ในการจัดการเกี่ยวกับ Screenshot (ซึ่งปกติไม่เคยสนใจโปรแกรมนี้เลย 5555)
ขอบคุณตัวเองที่ขยันเขียน เพราะแอดพ่องต้องลองของก่อนรอบนึง แล้วลบ 
แล้วลงใหม่ให้ผู้อ่านทุกคนได้ดู (ลงทุนนะเนี้ย T3T 55555)
ขอบคุณแอดแม่งที่คอยจิกงานจนเสร็จหลังดองมาวันนึงเต็มๆ 
(ก็รูปมันเยอะนี่หน่าแอดแม่งงงง 55555 -3-")
ขอบคุณแม่งทุกอย่างที่ทำให้งานนี้เสร็จนะครับ Thankyouuu! <3

ถือว่าเป็นเมกะโปรเจคอันนึงเลยนะเนี้ย ไม่เคยเขียนเยอะขนาดนี้ -3-"
ใครสงสัยอะไรก็ทิ้งไว้ที่ Comment ได้เลยนะครับผม
ไว้ว่างๆแอดพ่องจะอัดวีดีโอมาให้ดูนะ ^^
วันนี้แอดพ่องไปแล้วนะ แล้วเจอกัน
ขอพักผ่อนหน่อยนะเมื่อยมว๊ากกกกกกก 55555
แล้วเจอกันนะ บะบายยยยย >3<!!

...แอดพ่อง...

10.04.2013

iDevices Tip : เครื่อง ios เก่าๆก็ลงแอพอินเทรนด์ๆได้นะเออ!

อันนี้เป็นสิ่งที่แอดพ่องพบมากะตัวเองเลย
คือปกติแอดพ่องมี iPod Touch Gen 2 อยู่เครื่องนึง
แอดพ่องเอาไว้ฟังเพลงหน่ะ แต่แอดพ่องได้คืบแล้วเอาศอก
กระแดะอยากเล่น Line แต่เครื่องมันเก่าเกินที่ระบบมันจะรับ TT (ios 4.2.1) 

จนมาถึงช่วงนี้ ช่วงที่ Apple ปล่อยอัพเดท ios7
Apple ก็ได้มีการอัพเดทเล็กๆน้อยๆใน App Store
นั่นคือเราสามารถติดตั้งแอพบางตัวที่ใหม่กว่า ios เราได้
แต่มันจะเป็นเวอร์ชั่นล่าสุดที่เหมาะกับเครื่องเรานะ

เช่น แอพ ก. ตอนนี้อยู่ที่เวอร์ชั่น 2.0 รับ ios5 เท่านั้น
ก่อนหน้านั้นเวอร์ชั่น 1.9.5 รันที่ ios4 ได้
แต่แอดพ่องมี iPod Touch 4.2.1
App Store ก็จะเอา 1.9.5 มาลงให้นั่นเองงง
(อ่านแล้วงงมั้ยหง่ะ TT 55555)

มีอยู่ 2 แบบนะครับคือออ
1.ขึ้นมาว่าโหลดได้แต่เป็นเวอร์ชั่นเก่า ที่เคยใช้ได้ใน ios เรา

2.โหลดไม่ได้ เพราะตัวแอพไม่เคยพัฒนาที่เวอร์ชั่นของ ios เรา

ซึ่งแอดพ่องได้ลองลง Line Twitter Facebook Foursquare Google+ Speedtest ดู
ปรากฏว่าลงได้เล่นได้ แต่เป็นหน้าแบบเก่าแค่นั้นเองนะ
(ซึ่งปกติแอพนี้จะไม่ลงไม่ได้ใน 4.2.1)

แอดพ่องเดาว่ารุ่นที่เกิดปรากฏการณ์แบบนี้ได้ก็จะมี
iPhone 3G - ios4
iPad Gen 1 - ios5
iPod Touch Gen 2 - ios4
iPod Touch Gen 3 - ios5

Note : iPhone 3Gs , iPod Touch Gen 4 ยังไม่น่าเป็นห่วงนะ เล่นได้เยอะอยู่ - ios6
Note : iPhone Classic(2G) กับ iPod Touch Gen 1 ก็ต้องแสดงความเสียใจด้วย
คุณไม่ได้ไปต่อนะครับ TT 5555 - ios3

ตอนนี้แอดพ่องก็เล่น Line ได้อย่างสบายใจแล้วหล่ะ คุคิ 55555
วันนี้แอดพ่องขอไปก่อนหล่ะ ปิดเทอมนี้คงได้เขียนอะไรอีกเยอะเยย
แล้วเจอกันน้าาา บะบายยย ^^

...แอดพ่อง...

9.22.2013

Preview : BlackBerry Messenger on ios [BBM บนไอโฟน]

หลังจากมีข่าวลือกันมานานเนาะ
และแล้ววันนี้ก้มาถึง
BBM for ios จ้าาาา <3
Note : มีคนส่งข่าวมาว่า BBM ถูกถอดออกจาก App Store ชั่วคราว
เพราะอะไรแอดพ่องก็ไม่รู้ 555
เอาเป็นว่าระหว่างรอก็ศึกษาข้อมูลกับแอดพ่องก่อนละกันเนาะ <3
เวลาใช้งานก็ไซน์อินด้วย BlackBerry ID
(คนใช้บีบีก็จะรู้ดี...ก็คือไอตัวที่ไว้โหลดแอพนั่นแหล่ะ)
แต่ถ้าใครยังไม่มีก็สามารถสมัครใหม่ได้เยยย
หลังจากสมัครเสร็จปุ๊บก็จะได้หน้าตาแบบนี้จ้าาา 

ในส่วนของเมนูก็จะมีอยู่ 4 ด้าน
ด้านบนก็นะ...เอาไว้ใส่รูปโปรกับสถานะ บลาๆๆๆ
(เหมือนบีบีเอ็มปกติหน่ะๆๆ)
ด้านซ้ายจะเป็นเมนูเกี่ยวกับแชทจ้าา
ด้านล่างก็อย่างที่เห็นนะ มีแชท ผู้ติดต่อ แล้วก็กลุ่ม

ด้านขวาจะมีเมนูเกี่ยวกับแอพ
พวก Help Setting Broadcast ไรเงี้ยๆๆๆ 5555
เอาเป็นว่าแอดพ่องขอพรีวิวแค่นี้ก่อนเนาะ แล้ววันไหนจะมาเจาะลึกอีกที
ก็นะ...ชิวๆระหว่างรอ BBM กลับมาอีกทีใน ios ไม่ก็มาลงใน Android
ไม่มีเพื่อนเลยแงงง 55555
ใครอยากได้พินไปคุยก็ขอมาละกันนะ TT
วันนี้ไปก่อนหล่ะ บะบายยยย <3
...แอดพ่อง...

4.25.2013

Unboxing : iPad Mini

ช่วงนี้กำลังเห่อลูกคนใหม่มากเลย 55555
ไอลูกที่ว่าก็ไม่ใช่มนุษย์มนาที่ไหนกันหรอก แต่มันคือ...
iPad Mini นั่นเองงงงงงง
ดูๆไปมันก็เหมือนไอแพดปกติๆนี่หน่า ไม่เห็นมันจะมินิตรงไหนเลย -3-" 55555
งั้นเปิดฝาเลยยย...ผ่างงง!
 
ขนาดของมันเนี้ย แอดพ่องสามารถถือมันด้วยมือข้างเดียวได้นะ
(ใส่กระเป๋ากางเกงได้ด้วย ฮี่ๆๆ <3)

ขนาดของมันคร่าวๆแอดพ่องขอตีว่า ประมาณสมุดจดเล่มนึงหน่ะ
หน้าจอประมาณ 7 นิ้ว ไม่ใหญ่เกินไม่เล็กเกิน
ทำให้ iPad Mini น่าเล่น
บวกกับ Resolution ของจอที่เท่ากับ iPad 2 แล้ว
iPad Mini ตัวนี้จึงดูเหมือนว่าจอจะชัดเป็นพิเศษเลย

Spec คร่าวๆของ iPad Mini :
อันนี้แอดพ่องสรุปเองนะ
-iPad Mini ใช้ชิพ A5 ตัวเดียวกับที่ใช้ใน iPad 2
-iPad Mini ใช้กล้องหน้าเป็น Facetime HD (720p 1.2 MP)
และกล้องหลังเป็น 5 ล้านพิกเซล
-iPad Mini มี Siri แถมมาให้เราใช้ได้ด้วยหล่ะ
-iPad Mini มีแม่เหล็กสำหรับ Smart Cover เหมือน iPad 2
-iPad Mini ใช้ Lightning Port ในการ Sync และชาร์จแบตเตอร์รี่
บลาๆๆๆๆๆๆ...อยากรู้ก็ไปหาซื้อมาใช้เองดูสิ คิคิ :3
อุปกรณ์ที่อยู่ในกล่องจะมี : ตัวเครื่อง,สาย Lightning,หัวชาร์จ,คู่มือ
แต่แปลก...ไม่มีสติ๊กเกอร์โลโก้แอปเปิ้ลละหยอออ T3T" 
(Note : เครื่องที่แอดพ่องซื้อเป็นเครื่องนอกนะ...ไม่รู้ว่าศูนย์ไทยจะมีเหมือนกันรึเปล่านะ)
ขนาดของกล่อง iPad Mini เมื่อเทียบกับกล่องของรุ่นพี่ iPad 2 

ฝากไว้นิดนึงสำหรับคนอยากเล่น iPad เครื่องหิ้วนะ...
บางทีเครื่องหิ้วเนี้ยถ้าเราดูดีๆ เราจะคุ้มกับมันเลยแหละ เพราะมันจะถูกกว่าเครื่องศูนย์ประมาณ 1000 บาทแหน่ะ!
ถ้าจะดูเครื่องหิ้ว ก็หาร้านที่น่าไว้วางใจหน่อยนะ ไม่งั้นอาจจะได้ของใช้แล้วมาและจะหาว่าแอดพ่องไม่เตือน -0-"
iPad ทุกเครื่องเมื่อเสีย สามารถส่งซ่อมได้ทุกที่ เพราะ iPad มีการรับประกันแบบ Worldwide จะไม่เหมือนกับ iPhone ที่จะล็อกไว้ว่าซื้อที่ไหนก็ต้องซ่อมที่นั่น
การเคลม iDevices ระวังอย่าให้มีรอยตก หรือตกน้ำมานะ เค้าจะไม่รับเคลม
ถ้าซีเรียสว่ากลัวขายออกแล้วราคาตก หรือขี้เกียจวิ่งหาหัวปลั๊กแบบประเทศไทยแล้วหล่ะก็ เชิญเลือกซื้อตามศูนย์ไทยได้เลย จะสบายใจกว่านะ :)
แหม่...แอดพ่องก็บ่นซะยาวเชียว 555555
ก็เป็นห่วงผู้อ่านทุกคนเลยนี่หน่า :3
เอาเป็นว่าถ้าว่างๆละแอดพ่องจะมารีวิวให้ดูละกันว่า iPad Mini เนี้ย
แรงพอที่จะสู้กับรุ่นพี่อย่าง iPad จอ 10 นิ้วได้หรือไม่!!
สำหรับตอนนี้ ขอเห่อลูกหน่อยละกันนะ
แล้วเจอกันจ้าาาา <3 

...แอดพ่อง...

3.09.2013

Review : iPod Shuffle (Gen 4)

วันนี้เราจะมารีวิว iPod Shuffle กันน้าาา >3<!!

iPod Shuffle ตัวนี้เป็นรุ่นที่ 4 ของซีรี่ย์ Shuffle
จุดเด่นของมันคือ...ไม่มีจอ!
(คือไม่มีหมานั่นเองต้องไปซื้อมาเลี้ยง ตรึกโป๊ะ! -3-")
เวลาควบคุมเราต้องใช้แค่ปุ่มกับเสียงเท่านั้น


(ซ้ายไปขวาคือเรียงจากรุ่นที่ 1 ถึง 4 ทุกรุ่นไม่มีจอหมดเยยยยยย)

เอาหล่ะเรามาเข้าสู่ช่วงรีวิวกันเลยดีกว่า
ตัวเครื่องไอพอตเรากว้างประมาณ 3 ซม. ยาวประมาณ 3 ซม.และหนา 7 มม.

ส่วนประกอบของไอพอตตัวนี้ก็มี :
-ด้านบน : มีแจ็คหูฟัง 3.5 mm , ปุ่ม VoiceOver , ปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง
-ด้านหน้า : มีปุ่ม Play/Pause , ปุ่มเพิ่มเสียง-ลดเสียง , ปุ่มเพลงถัดไป-ก่อนหน้า
-ด้านหลัง มีคลิปหนีบเสื้อเรา (ไว้ใช้เวลาเราวิ่ง,เดิน บลาๆๆ)

 (Note : ด้านข้างกับด้านล่างเรียบ...เรียบจริงๆนะ 55555)

(อุปกรณ์ในกล่อง : ตัวเครื่อง หูฟัง คู่มือ สายเชื่อมข้อมูล)

เอาหล่ะ เรามาเริ่มใช้กันเลยยยยยยย >3<!!

เปิดเครื่องโดยการสไลซ์ปุ่มไป
จังหวะแรกคือการเล่นแบบวน (Repeat) ตามชื่อเพลง
จังหวะที่สองคือการเล่นแบบสุ่ม (Shuffle)

เพลงก็จะเล่นเรื่อยๆ...เราก็ฟังๆไป
ปรับเสียงโดยใช้ปุ่ม + -
เปลี่ยนเพลงโดยกดปุ่ม << >> 1 ครั้ง
(กรอโดยการกดปุ่ม << >> ค้างไว้)

Q : แล้วปุ่ม VoiceOver หล่ะ?
A : เราก็จะใช้ปุ่มนี้ก็ต่อเมื่อออ

กด 1 ครั้ง-บอกชื่อเพลงพร้อมชื่อนักร้อง
กด 2 ครั้ง-บอกเปอร์เซ็นต์แบตเตอรี่
กดค้าง-เปลี่ยน Playlists

(Note : ถ้าเราดึงหูฟังออกเพลงจะหยุดเล่นทันทีนะจ๊ะ! -0-")

จะปิดก็สไลซ์กลับมาตำแหน่งขวาสุด

Q : แล้วคลิปหนีบหล่ะใช้ยังไง?
A : ก็ใช้อย่างนี้ไงงงง
(หนีบกะเสื้อได้เลย...เอะนี่กระดาษหนิ! ก็ถ้าหนีบเสื้อมันถ่ายยากหง่ะ 55555 -..-)

เรามาพูดถึงสายเชื่อมข้อมูลกันดีกว่าาา
(น่ารักจุงเบย 555 <3)

วิธีใช้คือ เสียบช่องเดียวกับพอร์ต 3.5 mm ได้เลย
แล้วต่อกับคอมเปิด iTunes แล้วซิงค์เพลง
(เหมือนๆกับ iDevices ทุกตัวเลย)

Extra! : หลังจากที่มีคนมาดูเกิน 50 วิว...แอดพ่องเลยขอเพิ่มวีดีโอรีวิวนะคร้าบบบ ^^ 

เอาหล่ะและนี่ก็คือรีวิว iPod Shuffle Gen 4
สนนราคาอยู่ที่ 2,200 บาท!
ถือว่าเป็นราคาที่เหล่าสาวกเอื้อมถึงง่ายมาก
สำหรับปัญหาที่พบนั้นยังไม่ค่อยมีนะ แต่หลักๆคือ
ตัวนี้จะปรับ EQ ไม่ได้(จึงต้องแก้โดยการหาหูฟังเมพๆมาฟังนะฮะ -3-)
ส่วนข้อดีหลักๆ คือ มันพกพาง่ายมากๆ และด้วยความจุ 2GB ที่เก็บเพลงอย่างเดียว
มันจึงสามารถเก็บเพลงได้หลายร้อยเพลงเชียวแหล่ะ <3

หาซื้อได้ตามตัวแทนจำหน่ายใกล้ๆบ้านท่านนะครับ
ก็ขอจบการรีวิวเพียงเท่านี้นะครับผม
สำหรับวันนี้ สวีดัด สวัสดี (ตรึกโป๊ะ! --")

...แอดพ่อง...