Showing posts with label ADMISSION. Show all posts
Showing posts with label ADMISSION. Show all posts

3.17.2015

Diary: แชร์ประสบการณ์สอบSAT

ที่จริงไปสอบมาตั้งแต่ 24 มกราคมเมื่อต้นปีแล้ว แต่เพิ่งมีอารมณ์เขียน เนื่องจากทำใจอยู่นาน 5555
คะแนนที่ได้นั้นค่อนข้างจะต่ำมากค่ะ จึงไม่ต้องห่วงว่าอ่านแล้วจะรู้สึกเครียดหรือกดดัน
วิธีการสมัครก็คือกรอกข้อมูลไปเรื่อยๆจนถึงหน้าชำระเงิน จ่ายด้วยบัตรเครดิต
จากนั้นก็ปริ้นท์ admission ticket ออกมา เป็นสิ่งที่จำเป็นมากในวันสอบ อย่าลืมล่ะ
อย่าตกใจถ้าใน admission ticket นั้นบอกแค่โรงเรียน ไม่บอกรายละเอียดว่าตึกอะไร ชั้นอะไร
และไม่บอกระยะเวลาสอบ!! บอกแค่ว่าต้องไปถึงที่โรงเรียนนั้นก่อนกี่โมง ตามนั้นค่ะ

เราเลือกไปสอบที่โรงเรียนนานาชาติร่วมฤดี ไปถึงก็จะมีป้ายชี้ว่าสอบSATไปทางไหน
เดินไปเรื่อยๆจนถึงโรงอาหาร ก็ไม่มีใครมาชี้แจงอะไร ทุกคนนั่งกองกันอยู่ที่นั่น
จนสักพักก็มีคนมาเรียกให้ไปต่อแถว โดยจะเรียกคนที่สอบSAT Subjectออกไปก่อน
จากนั้นจึงค่อยเรียกคนที่สอบSATธรรมดาออกไป (คนมาเรียกดุโคตรๆค่ะ T_T 55555)
เตรียมticketกับบัตรประชาชนให้พร้อม เค้าจะตรวจรอบนึงก่อนขึ้นบันไดไปที่ห้อง
ขึ้นบันไดไปเสร็จก็รับบัตรคิวแล้วเค้าจะบอกเองว่าให้ไปที่ห้องไหน
ถึงหน้าห้องก็ตรวจบัตรประชาชนกับticketอีกรอบแล้วก็ไปนั่งตามที่คนคุมสอบบอก
จากนั้นก็ฟังกฎกติกาในการสอบบลาๆๆๆ เสร็จปุ๊ปก็เริ่มสอบได้
โดยพาร์ทแรกจะเป็นพาร์ทเขียน (สมองยังไม่ตื่นเลยว้อย นึกไม่ออก) แต่ก็แรพไปได้สิบกว่าบรรทัด 
ซึ่งถือว่าน้อยมากในการเขียน essay ที่ดี ต่อไปก็จะเป็น reading สลับกับ math ไปเรื่อยๆ
พาร์ทreadingก็วางเครื่องคิดเลขไว้บนพื้น พอถึงmathค่อยหยิบขึ้นมาใช้
จนsectionท้ายๆเริ่มล้า มั่วreadingโลด เพราะใช้แค่mathอย่างเดียว
จนมาสำนึกได้ทีหลังว่าเป็นความคิดที่ผิดอย่างมหันต์ แต่readingของSATโหดจริงค่ะ ยาวเฟื้อย
math ก็ยากบ้างง่ายบ้าง แต่ก็คิดทุกข้อและมั่นใจมากว่าทำถูกแน่ๆ หึหึ
แล้วก็เขาค่อนข้างเป๊ะเรื่องเวลานะคะ เช่นเริ่มสอบ9:07โมง เวลาสอบ30นาทีก็จะบอกหมดเวลาที่9:37
ซึ่งก็ถือว่าแฟร์ดี ให้เวลาตามนั้นจริงๆ ไม่ใช่เลทแล้วเลทเลยฉันไม่สนงี้
ที่ห้องสอบมีดินสอกับกบเหลาให้ยืมใช้ แต่ไม่ต้องถึงขั้นไม่เตรียมไปเลยนะคะ อันนั้นเกินไป 55555
สอบเสร็จก็ลงมาจากห้องด้วยความเหนื่อยล้าแล้วก็ไปหาอะไรกินต่อ (นั่น) 

พอคะแนนออกปุ๊ปช็อคค่ะ ไม่ถึงเกณฑ์อีกแล้ว แต่ก็ค่อนข้างชินและชา .___. 
แต่พอพ่อแม่มาถามทีบ่อน้ำตาแตก 5555 แต่เค้าก็ไม่ได้ว่าอะไร ก็ให้กำลังใจดี
ที่คิดว่าทำได้ทำแ_งทำไม่ได้อีกละ สงสัยช่วงนั้นดวงตกเรื่องสอบ (โทษไปนู่น 55555)
จากที่เล่าเรื่องคะแนนมาทั้งหมดน่าจะเอาไปทำต่ำกว่าเกณฑ์เดอะซีรี่ส์ได้แล้ว ฮือๆๆๆๆ
คะแนนmathเลขสวยดี แต่อย่าลืมว่าส่วนใหญ่เค้าเอาขั้นต่ำ550+กันทั้งนั้น เลขชักจะไม่สวยแล้วสิ
readingก็คิดว่าไม่น่าซุยไปเลย น่าจะอ่านบ้าง เผื่อได้มากกว่านี้ writingช่างมันค่ะ 55555

ใครที่จะไปสอบก็ขอให้ตั้งใจกันมากๆนะคะ ทำให้เต็มที่ อย่าเพิ่งมั่วอย่าเพิ่งข้าม ค่าสอบไม่ใช่ถูกๆเลย
นี่ก็ทำอะไรไม่ได้แล้วนอกจากเข้ามหาวิทยาลัยแล้วต้องเปลี่ยนตัวเอง ตั้งใจเรียนมากขึ้น
ช่วงมัธยมหรืออะไรที่สอบไปแล้วมันกลับไปแก้ไม่ได้ ทำใจอย่างเดียว
ตอนนี้ก็เลยตัดสินใจลงเรียนpre-collegeที่MUICไปนี่แหละค่ะ หวังว่าจะช่วยเราได้ ฮึบบบบ สู้!!

1.08.2015

Diary: แชร์ประสบการณ์สอบCU-TEP

เมื่อ21ธันวาคมที่ผ่านมาแพรไปสอบCU-TEPมาค่ะ ตอนนั้นยังหายไข้ไม่สนิทเลย
ไปสอบทั้งๆที่ยังไอ เจ็บคอ น้ำมูกไหล ห้องสอบหนาวมากจนไข้ขึ้นอีกรอบ ทรหดที่สุดอะ
มาถึงตอนให้ขึ้นห้องสอบพอดี สายทุกงานค่ะบอกแล้ว 55555 ไปถึงก็ต้องวางของทุกอย่างไว้หน้าห้อง อุปกรณ์เครื่องเขียนข้างในมีให้ (ยางลบลบไม่สะอาดเลย TT) พอตรวจเสร็จว่าไม่แอบเอาอะไรที่ห้ามเอาเข้าไปแล้วก็เข้าไปนั่งได้ รอสักแปปก็เริ่มสอบค่ะ เริ่มจากพาร์ทฟังก่อน อันนี้ให้จดได้ แต่เราก็ไม่จด
ไม่ใช่ว่าเก่งอะไรหรอกนะ ถ้าจดแล้วจะฟังไม่รู้เรื่อง แยกประสาทไม่ได้ เลยต้องตั้งใจฟังอย่างเดียว
บางอันมาแบบยาวมาก แต่สติยังไม่หลุด ยังอยู่ดี มีดมยาดมบ้างเล็กน้อย 55555 
แล้วก็ต่อด้วยพาร์ทอ่านถ้าจำไม่ผิด เกลียดพาร์ทนี้ที่สุดเลย ไม่ชอบอ่านอะไรยาวๆ
แรกๆก็อ่านแล้วค่อยมาทำแหละ หลังๆเริ่มไม่ทัน เลยอ่านโจทย์ก่อนค่อยมาควานหา
แถมอ่านไปอ่านมาเวียนหัวจะอ้วก แต่ก็ทนไว้ จะหมดแล้วอีกนิดเดียว T_T
สุดท้ายจบที่พาร์ท error ก็ไม่ชอบอันนี้เหมือนกัน ยากกว่าที่เคยลองทำพอสมควรเลย
พอหมดเวลาปุ๊ปความเครียดหายไปปั๊ปเลยค่ะ แต่ความง่วงและเพลียเข้ามาแทนที่
เดินเป็นวิญญาณไปขึ้นรถกลับบ้าน แต่ก็คิดว่าตัวเองพอทำได้นี่หน่า

พอคะแนนออกถึงได้รู้ว่าอุ่ย คิดไปเองว่าทำได้ 55555 แล้วรู้คะแนนตอนไปเที่ยวด้วย แย่ชะมัดเลย
พาร์ทฟังถือว่าดีงาม พาร์ทอ่านไม่ถึงครึ่ง อายมาก T_T และerrorเกินครึ่งมา1คะแนน
รวมแล้วไม่ถึงครึ่ง สงสัยเพราะไม่สบายด้วยละมั้งเลยออกมาเป็นแบบนี้
ทำให้ทำได้ไม่เต็มที่เท่าที่ควร อีกส่วนคือโง่เอง 55555 เหมือนเดิมค่ะ ไม่ผ่านเกณฑ์
จริงๆเกือบเป็นบ้าไปแล้ว จะไปยื่นที่ไหนได้อีกเนี่ย รู้สึกหมดหวังมากๆ
แต่ก็จะไปสอบใหม่อีกรอบเผื่ออินเตอร์มีเปิดรอบ2 ไม่ยอมแพ้ง่ายๆหรอก ฮึ่ย
ขอจบการระบายเพียงเท่านี้ สวัสดีค่ะ -/\-

**เพิ่มเติม วันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเราไปสอบมาอีกรอบนึงค่ะ ได้คะแนนดีขึ้นพอสมควร
พาร์ทฟังได้เยอะขึ้น พาร์ทอ่านทำทันคะแนนเกินครึ่ง ส่วนerrorนี่เท่าเดิมเป๊ะ อะไรวะ 55555
พาร์ทอ่านนี่ต้องขอบคุณTOEICมากเลยที่ทำให้เราได้ฝึกแรพก่อนที่จะมาสอบอันนี้อีกรอบ
แต่ทุกคนรู้ใช่ไหมคะว่า ณ เวลานั้นทั้งเกษตรฯและจุฬาฯที่ใช้ตัวนี้ได้ปิดรับสมัครไปหมดแล้ว .___.
แต่ก็ยื่นไม่ได้อยู่ดีเพราะSAT mathไม่ถึงเกณฑ์ ชีวิตเศร้าได้อี๊กกก 
แต่เราก็จะสู้ต่อไปค่ะ หน้าด้านเข้าไว้ มีคะแนนอะไรอยู่ในมือ ที่ไหนไม่มีเกณฑ์ขั้นต่ำยื่นไปเลยอย่าไปกลัว
เดี๋ยวรอปิดเทอมจะเอาคะแนนหลายๆตัวมาเม้าท์ แปลกเนอะคนอื่นเค้าต้องได้คะแนนดีถึงจะมา
อันนี้ได้ห่วยแตกแค่ไหนก็จะมาเขียน 5555 คนอ่านจะได้รู้สึกไม่เครียดไม่กดดัน
ไปดีกว่า ฟิ้วววววววว

Diary: เม้าท์เรื่องคะแนนGAT PATรอบ1/2558และ2/2558

รีบมาเขียนก่อนไม่มีเวลาเพราะเดือนนี้สอบทั้งเดือนเลย ฮืออออออ TT
อย่างที่รู้กันว่าเด็ก58เกือบทุกคนได้ของขวัญวันคริสต์มาสเป็นคะแนนแกทแพท 
บางคนคะแนนออกมาดีก็ดีไป คนที่ได้คะแนนเน่าก็อย่างที่รู้ๆกัน....อดรับตรงหลายที่รัวๆ
หนึ่งในนั้นก็เป็นเราค่ะ อดรับตรงคณะที่อยากเข้าไปหลายที่เลยเพราะคะแนนPAT1ไม่ถึงเกณฑ์

และนี่คือภาพคะแนนโดยรวมค่ะ เราเป็นเด็กภาษาที่ไม่สอบPATภาษาเพราะเข็ดแล้วกับด้านนี้ 5555
คะแนนมันเลยค่าเฉลี่ยมาทุกตัวก็จริง แต่PAT1ก็ไม่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำของหลายๆที่อยู่ดี
กำหนดมาต้องเกิน60บ้าง เกิน70บ้าง หน้าซีดไปเลยค่ะ อะไรจะตั้งกำแพงกันสูงขนาดนี้
ทำให้ต้องแอบไปร้องไห้อยู่บ่อยๆ ทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากไปสอบใหม่และรอรอบแอดฯ
วิชานี้คนที่คิดทุกข้อจริงๆก็มี แต่เดาเกือบหมดก็เยอะ เลยคิดว่าค่อนข้างไม่แฟร์
ส่วนแกทเชื่อมโยงก็พลาดไปนิดหน่อย แกทภาษาอังกฤษทำได้อยู่บ้าง
มันสนุกตรงวิทยาศาสตร์นี่แหละ 55555 ทำแล้วรู้สึกสบายใจกว่าเลขเยอะ ไม่คิดอะไรมากเลย
ยอมรับว่าเดาเคมีไปเยอะมากเพราะไม่ได้จริงๆ หมวดอื่นพอได้อยู่ ชีวะเอยอะไรเอย
ไม่ถึงครึ่งก็ไม่ซีเรียสเท่าไหร่เพราะโอกาสใช้มีน้อยมาก แต่อันที่ต้องใช้กลับเน่าซะไม่มี
อยากสลับคะแนนPAT2กับPAT1มาก ไม่งั้นคงผ่านเกณฑ์แบบฉลุย ไม่ก็ยื่นPAT2แทน
ไปไม่เป็นเลยค่ะทีนี้ ไม่อยากจะผิดหวังจนชินหรอกค่ะ มันไม่ใช่เรื่องดีเลย
สุดท้ายจะได้ไปเรียนที่ไหนไม่มีใครรู้ แต่ต้องสู้ให้ถึงที่สุดใช่มั้ย ><
สงสัยถ้าสมหวังไปหมดทุกอย่างชีวิตคงง่ายไปและไม่มีภูมิคุ้มกันละมั้ง เลยโดนซะอ่วมเลย
การแข่งขันมันสูงจริงๆ ต่อจากนี้ไปคงต้องขยันให้มากกว่านี้แล้ว นั่งเฟลไปก็เท่านั้น

ขอจบการระบายแต่เพียงเท่านี้ค่ะ เขียนไม่เยอะเพราะจุกอยู่ ช๊อคกับเกณฑ์ขั้นต่ำ 55555
เป็นกำลังใจให้คนที่กำลังเจอปัญหาเดียวกันนี้ เราจะผ่านมันไปด้วยกันเนอะ :D

**วันนี้สิคะคุณผู้ชม จะมาเพิ่มเติมคะแนนรอบ2 จริงๆว่าจะทำนานแล้วแต่ลืม 55555
รอบ2ไปแก้ PAT1 ตัวเดียวค่ะ เพราะเน่าอยู่อันเดียว นอกนั้นรู้สึกพอใจแล้ว
คะแนนอัพขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ อาจจะเป็นเพราะรอบนี้ไม่กลับไปแก้อะไรใดๆก็ได้มั้ง
อีกอย่างคือไม่เครียดเลย ไปแบบอารมณ์ดีมาก แถมไปสายด้วยมั้งรู้สึก -_-
ก็นั่นแหละค่ะ คะแนนตัวนี้เกินเกณฑ์ขั้นต่ำของรับตรงหลายๆที่ แต่ไม่ทันแล้วไง
คะแนนที่ใฝ่ฝันนี้ได้มาโดยไม่ตั้งใจ และใช้ไม่ทันอีกเช่นเคย เห้ออออ 55555
ว่าจะไปเสี่ยงรอบแอดมิชชั่นดู มาดูกันว่าคะแนนเท่านี้จะติดอะไร จะใช่คณะที่ฝันหรือไม่
หรืออาจจะไม่ติดอะไรเลยก็เป็นได้ เดี๋ยวจะมาอัพเดทอีกทีหลังประกาศผลแอดฯ 
ไปแล้วบ้ายบายยยยยยยยยย

12.04.2014

Diary: แชร์ประสบการณ์สอบข้อเขียน+สัมภาษณ์ที่MUIC

สวัสดีอีกครั้งฮับบบบ เพิ่งจะว่างมาเขียนหลังจากที่หัวฟูกับการสอบแกทแพทเมื่อไม่นานมานี้ 5555
พอมานั่งดูตารางสอบแล้วก็ได้แต่คิดว่าเมื่อไหร่ฉันจะว่างวะเนี่ย ฮือออออ T^T 
โอเคเลิกบ่นก่อนแล้วมาเข้าเรื่องกันดีกว่า สรุปแพรติดPC2ที่มหิดลอินเตอร์ค่ะ 
ยืนยันสิทธิ์ไปแล้วเรียบร้อย ไม่รู้ว่าพูดได้เต็มปากหรือยังว่ามีที่เรียนแล้ว 55555
กว่าจะผ่านมาได้นี่คืออุปสรรคเยอะมาก เรียกได้ว่าวุ่นวายตั้งแต่ตอนเปิดรับสมัครเลยดีกว่า
เราเลือกจะกรอกข้อมูลในเว็บค่ะ แล้วค่อยไปยื่นเอกสารต่างๆที่วิทยาลัยอีกที
และแล้วก็กรอกข้อมูลผิดๆถูกๆด้วยความรีบจนต้องไปแก้ตอนวันที่ไปยื่นเอกสาร
วันที่ไปยื่นเอกสารก็ตื่นสายอีก ตื่น11โมงออกจากบ้าน11โมงครึ่ง ที่คิดไว้ว่าจะนั่งรถเมล์ไปเรื่อยๆก็ต้องยกเลิกแล้วต้องโบกแท็กซี่ไปแทน ดีที่ไปถึงก่อนเที่ยง 5555 (โชคดีบ้านใกล้)
ก็ยื่นเอกสาร รับบัตรสอบ และได้ตัวอย่างข้อสอบมาให้ลองทำดูตอนว่างๆ
ก็ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรค่ะ ไปเรียนmathเพิ่ม2ชม.และนั่งทวนทุกอย่าง3ชม.ในวันก่อนสอบ
เรียกได้ว่าเตรียมตัวมาน้อยมากๆ คือยังสบายๆอยู่ 55555 วันไปสอบก็ไปสายสุดในกลุ่มค่ะ
คนอื่นมาถึงกันตั้งแต่เช้าตรู่ นี่ไปถึงครึ่งชม.ก่อนสอบ ไปถึงก็หาห้องน้ำเข้า ไม่อ่านอะไรเพิ่มแล้ว
แล้วก็ไปที่ตึกที่จะสอบ ตอนแรกหาห้องไม่เจอ มารู้ทีหลังว่าไปผิดฝั่ง โวะ -_- ให้ตายเถอะ
ช่วงเช้าจะสอบTOEFLค่ะ บรรยากาศตึงเครียดมาก ห้องเงียบ มีข้อสอบวางแหมะอยู่ตรงหน้า
ฟังระเบียบการนู่นนี่นั่นแปปนึงแล้วก็เริ่มสอบค่ะ จะมีตัวจับเวลาฉายอยู่ด้วย ทำให้เรากดดันมากๆ
พาร์ทฟังมีสติหลุดบ้างตามประสา พาร์ทอ่านกับerrorทำไม่ทันนิดหน่อยประมาณเกือบ10ข้อ (นิดหรอ)
ก็เดินสติหลุดออกมาเจอตัวเงินตัวทองตัวเบ้อเร่อหน้าตึก ทีนี้แหละสติกลับเลยค่ะ 55555
มากินข้าวกลางวันเสร็จก็ไปสอบmathกับwritingต่อ อาการง่วงไม่มีเลย ตื่นเต้นล้วนๆ
จำไม่ได้ว่าสอบอะไรก่อนแต่รู้ว่าmathทำช้อยส์ได้ พาร์ทเขียนแสดงวิธีทำได้แต่หาคำตอบไม่ได้ (กาก)
ส่วนwritingก็นั่งตะลึงกับหัวข้อประมาณ1นาทีแล้วค่อยเลือกหัวข้อที่พอแถได้ไป เขียนไป3แผ่น
พอสอบเสร็จก็ไม่อยากคุยกับใครเลย ถือกระเป๋าเดินออกมาจะกลับลูกเดียว 55555
ขึ้นรถมาพ่อแม่ก็ถามว่าเหนื่อยมั้ย แล้วก็พาไปกินสเต็กแก้เครียด ฮี่ๆ

รอผลประมาณ3อาทิตย์ พอถึงวันประกาศก็ตื่นเต้นนะแต่ก็ไม่ซีเรียสถ้าไม่ติดอะไรเลย (ก็ดูทำเข้าสิ)
ปรากฏว่าติดPCและได้ไปสัมภาษณ์บ่ายวันศุกร์ก่อนสอบแกทแพทค่ะ ดีใจมากกกกกก
ก็เลยถือโอกาสลาวันพฤหัสเพิ่มเลยเอาไปอ่านหนังสือเตรียมสอบ (จริงๆนะตัว '3')

วันสัมภาษณ์ไปถึงก็บรรยากาศตึงเครียดอีกแล้ว เครียดอะไรกันเยอะแยะ 55555
แพรได้เป็นคนแรกของกรุ๊ปค่ะ งานเข้าเลยทีนี้ เลยคิดแบบนี้อีกที "ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร"
ตอนรอหน้าห้องเจออาจารย์ฝรั่ง2คนที่จะมาสัมภาษณ์เราก็ยิ้มให้และgood afternoonเค้าไป
พอถึงเวลาเข้าไปสัมภาษณ์ดันไปgood morningใส่เค้าซะอย่างงั้น สมองกลับหรือเป็นบ้าไปแล้วฟะ
เค้าก็แก้ให้แล้วก็เริ่มถามคำถามค่ะ ไม่มีคำถามเกี่ยวกับmajorที่เลือกเลย วัดความคิดเราล้วนๆ
ก็ตอบได้บ้างไม่ได้บ้าง ไม่ค่อยเป็นประโยคเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ถึงขั้นdead airปล่อยห้องเงียบ
กลับมาขึ้นรถด้วยหน้านอยด์ๆเหมือนเดิมแล้วก็ไปเดินเซ็นทรัลศาลายาต่อ (นั่นเครียดแล้วเหรอ)

พอประกาศผลสัมภาษณ์ปุ๊ปก็อย่างที่บอกค่ะ ติดPC2 ตอนแรกว่าจะไม่เอา
แต่พอมาคิดดูดีๆ เฮ้ มันดีกว่าไม่มีที่เรียนเลยนะ ก็เลยยืนยันสิทธิ์ไป
ก็อยากจะฝากไว้ว่าอย่าทำตัวแบบเราที่ไม่เตรียมตัวอะไรเลย เต็มที่กับมันที่สุดดีกว่า
เดี๋ยวรอคะแนนแกทแพทออกจะมาเม้าท์อีก วันนี้ไปแล้วค่ะ บ้ายบายยยย

11.12.2014

Diary: แชร์ประสบการณ์สอบทุนรัตนมงคลที่ม.หอการค้าไทย

จริงๆมันสอบไปสักพักนึงแล้วแต่เพิ่งมาเล่าเพราะรอให้แน่ใจว่าติด/ไม่ติดจริงๆ
สุดท้ายก็อย่างที่รู้กันนะคะ ไม่ติดค่ะ 55555 แต่จะมาเล่าประสบการณ์ให้ฟังกัน
เริ่มจากการไปถึงที่มหาลัยเช้าพอสมควร พ่อแม่มาส่งแล้วก็กลับ ไม่นั่งรอ
เพราะเค้าบอกว่าถ้านั่งรอเนี่ยเราจะไม่รู้จักหาเพื่อน จะคิดว่าแบบยังไงก็ได้ไปนั่งกับพ่อแม่ก็ได้งี้
แถมกลัวว่าเราจะกดดัน เลยแค่มาส่งแล้วก็กลับบ้านไป (ไกลมากกก) แล้วตอนเย็นค่อยมารับอีกที
พอไปถึงเห็นคนต่อคิวกันเยอะมากกก นี่ก็งงเลยถามเค้าว่าทำอะไรกัน เค้าก็บอกว่านี่คือต่อคิวลงทะเบียน 
ทุกคนต้องมาลงชื่อยื่นเอกสารตรงนี้ก่อน แต่ละแถวก็จะมีบอกว่าลำดับที่เท่าไหร่ถึงเท่าไหร่
ดูดีๆอย่าไปต่อผิดแถวนะคะ เพราะทำมาแล้ว -_- 55555 วาร์ปแทบไม่ทัน
ก็ต้องไปติดรูปให้เรียบร้อยก่อนเพราะไม่ได้ติดมาจากบ้าน กาวก็ไม่มีอีก เลยยืมคนที่มาสอบเหมือนกัน
แล้วก็เลยได้คุยกันว่าแบบไปสอบที่ไหนมาบ้าง อะไรยังไง แล้วก็ได้รู้จักกันค่ะ
ไอ้เรารู้สึกแบบ เห้ยขนาดแค่นี้ยังไม่พร้อมเลย นี่เราเตรียมอะไรมาบ้างวะชีวิต
ขนาดเงินยังเอามาแค่60บาทเพราะลืมขอพ่อแม่ หึหึหึหึ

พอถึงเวลาเริ่มสอบก็ไปดูผังข้างหน้าห้องว่าเลขที่ไหนแถวไหนอยู่ตรงไหน แล้วก็ไปนั่ง
เวลาสอบไม่ได้สอบแบบกาลงกระดาษนะคะ เป็นแบบกดปุ่มตอบเอา จะมีโจทย์ขึ้นมาตรงโปรเจกเตอร์แล้วก็ต้องกดตอบให้ได้ภายในเวลาที่กำหนด ย้อนกลับไม่ได้แล้วนะเออพลาดแล้วพลาดเลย
ไม่ต้องกลัวมันใช้ไม่ยากค่ะ มีคู่มือมาให้ และก่อนสอบทดสอบระบบนานพอสมควรว่าใช้ได้ทุกเครื่องไหม
แบบนี้ก็ดีนะคะ พอเริ่มสอบจะได้ไม่มีปัญหา หรือถ้ามีก็ให้รีบยกมือบอกอาจารย์ เค้าจะมาดูให้ค่ะ
แล้วถ้าใครมองโจทย์ไม่เห็นก็เปลี่ยนที่นั่งได้ ก็ถอดเครื่องมาด้วยเพราะมันจะมีชื่อกับข้อมูลของเราอยู่
จำแนวข้อสอบไม่ค่อยได้ แต่มีอยู่3ส่วนมั้ง อังกฤษ คณิตศาสตร์และการให้เหตุผล 
(ปล.เราสอบคณะบริหารธุรกิจ ข้อสอบอาจจะแตกต่างกันไปในแต่ละคณะ)
จะบอกว่าพาร์ตการให้เหตุผลพยายามเก็บคะแนนให้ได้เยอะๆนะ เพราะไม่ยากเลย
มันจะเป็นประมาณแบบ ให้รูปมา4รูป รูปต่อไปน่าจะเป็นรูปอะไร แล้วก็หาคำที่มีความหมายใกล้เคียงกันงี้
ภาษาอังกฤษไปฝึกทำ error มาเยอะๆและจับเวลาด้วย เพราะข้อนึงให้เวลาไม่กี่วินาทีเอง
ส่วนคณิตศาสตร์น่ะเหรอคะ พยายามคิดเลขให้ไวค่ะ ไม่ให้ใช้เครื่องคิดเลขด้วย ทดลงกระดาษอย่างเดียว
ถ้าเรื่องไหนไม่เคยเรียนให้มั่วโลด ไม่ก็ลองคิดโดยใช้ทุกสูตรที่มีอยู่ในหัว 

พอสอบเสร็จปุ๊ปก็จะมีให้พักกินข้าว และรอประกาศผลข้อเขียนในบ่ายวันนั้นเลย
เราก็เลยไปซื้อขนมที่เซเว่นกินแล้วก็เจอเพื่อนเมื่อเช้ากับเพื่อนอีกคน เลยไปนั่งเกรียนด้วยกัน รอผล
รอนานมากค่ะ แล้วประกาศพวกคณะสายศิลป์ก่อน คณะสายวิทย์รอต่อไป 
แล้วก็มีการบอกว่าถ้าติดหมด3คนจะมากระโดดสะพานด้วยกัน 55555 แล้วก็เฮฮากันไปเรื่อยเปื่อย
พอประกาศคณะสายวิทย์ปุ๊ป กลุ่มเราก็เฮกันไปค่ะ คนมารุมกันที่บอร์ดแทบจะทับกันตาย
เลยส่งหน่วยกล้าตายไปถ่ายรูปรายชื่อมา ดันไม่บอกชื่อด้วยนะ บอกแค่รหัสประจำตัว 
นี่ก็เลยต้องเข้าไปดูในเน็ตอีกทีแล้วก็เทียบเอา สรุปคือเราผ่านค่ะ ตอนนั้นดีใจน้ำตาแทบไหลมาก
ส่วนเพื่อนอีกคนนึงไม่ติดก็เลยกลับบ้านไป เสียดายยย TT เค้าคัดออกเยอะมากนะคะ ต้องระวัง
แล้วเรากับเพื่อนเมื่อเช้าก็ขึ้นไปรอสอบสัมภาษณ์กันค่ะ รอกันค่อนข้างนาน เราไม่มีพอร์ตไปนะคะ 
คือคนอื่นส่วนใหญ่เค้าทำไปกันหมดอะ รู้สึกแบบเอาละ ไม่น่าจะได้ละทุนนี้ ทำใจรอไว้แล้ว 
แต่เราพกความจริงใจไปเต็มเปี่ยมนะเออ พร้อมตอบทุกคำถาม สู้เว้ย!! 555555
พอถึงคิวเราเข้าไปอาจารย์ยิงคำถามรัวมากเพราะไม่มีพอร์ต (เพราะฉะนั้นทำมาเถอะจ้ะ จะได้ไม่เหนื่อย)
มีเงิบบ้างนิดหน่อยแต่ก็ตอบทุกคำถาม แต่ละคำถามค่อนข้างจะลองใจเรา
ไม่ได้บอกว่าดีหรือไม่ดีนะ แค่พูดว่าอาจารย์จะลองใจเรา ไปคิดกันเอาเอง
แล้วก็ถามเรื่อยเปื่อยทั่วไป ถามเป็นภาษาญี่ปุ่นบ้างเล็กน้อย (เราเรียนสายญี่ปุ่นมา)
พอจบปุ๊ปเราก็ออกมารอเพื่อน พร้อมทำหน้าเสียใส่แล้วบอกว่าเห้ยแกเราโดนยิงรัวเลยว่ะ 55555
พอเพื่อนเราเข้าไปจนออกมาปุ๊ปเค้าบอกอาจารย์คุยดีมาก ดีจนน่าแปลกใจ
นี่ก็คิดว่าอ้าว แล้วทีนี้ใครล่ะที่จะติด แล้วก็กลับบ้านไปรอผลค่ะ ระหว่างนั้นนี่เครียดหน้าย่น

หลังจากนั้น3วันผลก็ออก เพื่อนเราติดตัวจริงค่ะ ส่วนเราติดตัวสำรองอันดับ9....จาก10คน
บ้าไปแล้วค่ะเห้ยยยยยย กลับบ้านมาร้องไห้ไม่หยุดเลย จริงอยู่ที่ยังมีโอกาส แต่มันริบหรี่มาก
พลาดตรงสัมภาษณ์ชัวร์แบบไม่ต้องสงสัยอะไรใดๆ ไม่มีอารมณ์ทำอะไรเลยค่ะตอนนั้น
ไม่เรียน ไม่อ่านหนังสือ เอาแต่นั่งเหม่อ กลับบ้านมาก็ร้องไห้ ใครชวนไปเที่ยวไหนไม่ไป 
เป็นแบบนี้อยู่อาทิตย์นึงเลย ใครจะหาว่าเว่อร์ก็ได้ แต่ไม่เจอเองไม่เข้าใจหรอกค่ะ
จนมาถึงตอนนี้ที่เค้าไม่โทรมาเรียกตัวสำรองถึงอันดับเราเลย ก็พอทำใจได้แล้ว
เพราะรู้มาว่าคนสละสิทธิ์น้อยมาก แหงล่ะสิขึ้นชื่อว่าทุนอะเนอะ ใครๆก็อยากได้
พ่อแม่ก็ให้กำลังใจว่าฝ่าฟันมาถึงขั้นนี้ได้ก็เก่งมากแล้ว ไม่เป็นไรหรอก
ฉะนั้นคนที่แพ้ก็ต้องดูแลตัวเอง~ 55555 เดี๋ยวไปเตรียมลุยสนามสอบอื่นแล้วจะเอามาแชร์อีกนะคะ
อยากถามอะไรก็คอมเม้นท์มาได้เลย เพราะนี่ถือว่ายังเล่าไม่ละเอียดมากเท่าไหร่ ฮี่ๆ
ไปอ่านหนังสือเตรียมสอบต่อแล้วค่ะ บ้ายบายยย :D