9.12.2014

Diary: ความสุขง่ายๆของผู้หญิง(?)คนหนึ่ง

ทั้งการบ้านทั้งสอบเต็มไปหมด เพิ่งจะว่างมาเขียน ฮือออ T_T
ก็เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา Bobbi Brown ชวนไปลองแป้งตัวใหม่มา
ได้เวลาแต่งหญิงอีกแล้วสินะ 55555 ก็เลยเลือกเดรสสีชมพูมาใส่ค่ะ
(ปล.ทั้งแต่งหน้าทั้งแต่งหญิง ไม่คุ้นตัวเองอย่างแรง)

พอทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยก็ตัดสินใจเดินจากพารากอนไปเซ็นทรัลเอ็มบาสซี่
เดินเอาล้วนๆมีวิ่งสลับบ้างเล็กน้อย ที่แต่งหน้าไว้เยิ้มหมดเลย 55555
 พอมาถึงก็เดินเล่นสำรวจนิดๆหน่อยๆ ไปเปลี่ยนสมุดบัญชีที่กสิกร ไปเดิน sephora
แล้วก็รู้สึกหิวอย่างรุนแรงแล้วไม่รู้จะกินอะไรดี งบก็มีไม่มาก
สุดท้ายตัดสินใจเดินเข้า Dean & Deluca ที่บ่ายๆแล้วคนก็ยังเยอะพอสมควร
เพิ่งรู้ว่าที่นี่นั่งโต๊ะแล้วสั่งได้ ไม่ต้องยืนสั่งหน้าเคาท์เตอร์
เราก็สั่ง caramel macchiato กับ spaghetti carbonara มา
ค่าเสียหายรวม 380 บาท รูดบัตรเองเพราะเกินงบ =_= แต่ยอมเพราะอร่อยจริงๆ

พอถึงเวลาจะกลับบ้าน ที่บ้านปล่อยให้กลับเองค่ะ ไม่มีใครออกมารับเพราะรถติด
แบบนี้ก็เงิบสิ เพราะกว่าจะถึงบ้านต้องขึ้นรถไฟฟ้าแล้วต่อเรือต่อรถอีก โหหหห
นั่งงอแงซักพักแล้วถึงยอมกลับค่ะ ก็มาเปลี่ยนเป็นชุดป้าที่บีทีเอสบางหว้าแล้วก็ขึ้นเรือกลับ
กว่าจะถึงบ้านนี่เหนื่อยสุดๆไปเลยค่ะ แต่พอได้มาทบทวนสิ่งที่ทำตั้งแต่เช้าแล้วก็รู้สึกแฮปปี้
แล้วก็ค้นพบแล้วว่าความสุขมันอยู่ตรงนี้นี่เอง แค่แต่งหญิงไปหาอะไรอร่อยๆกินคนเดียว
ชีวิตเด็กโสดมันก็ดีอย่างนี้ แต่อย่านานเกินไปเลยนะ 55555 เดี๋ยวเฉากันพอดี
แต่ถ้ามีคนเข้ามาทำให้เฉากว่าเดิม ก็สู้อยู่แบบนี้ไม่ดีกว่าเหรอ จริงไหม? ><
ช่วงโสดไม่ใช่เวลามานั่งเฉาค่ะ ควรจะกอบโกยความสุขให้ได้เยอะๆ 
ใช้เวลาอยู่กับครอบครัวอยู่กับตัวเองให้มากๆ ช่วงที่เราไม่โหยหามันจะชอบมีเข้ามาเองตลอด
แปลกเนอะ ทีเราดิ้นรนแทบตายกลับได้แต่นั่งตบยุง 555555
มีแฟนมันก็มีความสุข แต่โสดก็มีความสุขไปอีกแบบ ส่วนตัวชอบทั้งสองแบบ ฮ่าๆ
ก็ขอจบการเม้าท์มอยแต่เพียงเท่านี้กัน สวัสดีค่ะ

7.24.2014

Review: Clear Nose Blackhead Remover Solution

ด้วยความที่เราใช้แผ่นลอกสิวเสี้ยนของบิโอเรมานานมากแล้วก็เลยอยากจะลองของใหม่
เห็นตัวนี้มันลดราคาอยู่ที่วัตสันและแถมตัวคอตตอนรีฟิลด้วยเลยซื้อมาลองใช้ดู
อยากรู้ว่าของที่ได้รางวัล Beauty Hall of Fame 2012 จากคลีโอเนี่ยจะดีขนาดไหน 55555

ตัว clear nose set ข้างในก็จะมีอยู่ 3 ชิ้นดังต่อไปนี้

Step 1 pore-smooth magic water
คือมองเผินๆจะนึกว่าน้ำเปล่า แต่จริงๆไม่ใช่ คือมันเอาไว้ทำให้สิวเสี้ยนอ่อนนุ่มลง
กลิ่นแปลกๆอธิบายไม่ถูกแต่ไม่ได้เหม็น เทลงมือแล้วแห้งไวมากต้องรีบโปะลงจมูก
ตอนทาจะรู้สึกตึงแสบๆยิบๆนิดหน่อย ก็รอประมาณ 1 นาทีแล้วไปที่ step ต่อไปเลยค่ะ

Step 2 blackhead eraser mask
เวลาเปิดระวังนิดนึงนะคะ มันจะหกเละเทะ =_=
มันเป็นมาสก์ข้นๆเหนียวๆสีดำช่วยดูดสิวเสี้ยน เกลี่ยค่อนข้างยากเพราะเหนียวมากกกก
พอทาทั่วบริเวณที่ต้องการเสร็จแล้วก็ไปที่ขั้นตอนต่อไปค่ะ

Step 3 cotton peel off
ขั้นตอนสุดท้ายก็เอาเจ้าแผ่นนี่แปะลงไปที่จมูกเราซะ
แล้วก็ใช้มือกดๆๆๆจนกว่าจะเห็นมาสก์มันซึมขึ้นมาบ้าง
แล้วก็รอเวลาประมาณ 20 นาทีค่ะ
ตรงจมูกเละเทะมาก เหมือนทหารพรางตัว แต่นี่พรางแค่จมูก 555555
พอครบ 20 นาทีก็ดึงออกค่ะ ดึงจากซ้ายไปขวาหรือขวาไปซ้ายแล้วแต่สะดวก
เอ๊ะทำไมไม่มีอะไรหลุดออกมาเลย เราทดลองมา 3 รอบใน 2 เดือนที่ผ่านมานี้เป็นแบบนี้ทุกรอบ
บางรอบมีหลุดบ้างแต่น้อย เหลือบนจมูกเพียบ และแต่ละครั้งที่บีบตัวมาสก์ก็ไม่ได้บีบน้อยนะ 
ทำไมกันนนน T^T ทำไมคนส่วนใหญ่เค้าใช้แล้วคอนเฟิร์มว่าดี หลุดออกมาเยอะ แต่เรา...555555
เฟลค่ะ แต่เราคงเป็นหนึ่งในร้อยที่เจอปัญหาแบบนี้ เพราะใครๆก็ใช้แล้วรอด
คงต้องทนใช้ให้หมดสินะ ขอโทษที่พูดตรงนะคะแต่รีวิวก็คือรีวิวไม่ใช่โฆษณา
อย่าลืมว่าผลลัพธ์ที่ได้ในแต่ละคนไม่เหมือนกัน ยังไงก็ไปหามาลองใช้กันก่อนได้ค่ะ
ขอจบรีวิวแต่เพียงเท่านี้ สวัสดีค่ะ -/\-

7.14.2014

OpenBag: เปิดถุงช้อปเครื่องสำอางจาก Bobbi Brown

จำกิจกรรม NIVEA Make Up Clear Blog Contest วันนั้นได้ป่ะ
เออแพรชนะว่ะ 55555 ยินดีกับเราหน่อย เฮ้~~ //โดนปารองเท้า T^T
ก็ได้รางวัลเป็นคอร์สแต่งหน้าและ voucher 9,000 บาทเอาไว้ซื้อเครื่องสำอางที่ Bobbi Brown
ขอบคุณนัฟแนงกับนีเวียมากๆเลยนะคะ ดีใจสุดๆไปเลย ไม่คิดว่าจะได้ ><
ถึงขั้นลงทุนแต่งหญิงครั้งแรกไปที่เคาน์เตอร์ Bobbi Brown เลยทีเดียว
ตอนเรียนแต่งหน้าก็แอบเกร็งนะ รู้เลยว่าตัวเองทำหลายอย่างผิดมาโดยตลอด
คือปกติมีอะไรก็โบกๆไปอย่างไร้ทิศทาง ไม่ได้โปรเล๊ยยยย 555555
พี่เค้าก็สอนเราทุกอย่างตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมผิว ลงรองพื้น คอนซีลเลอร์ อายแชโดว์ บลาๆๆ
แล้วก็กันคิ้วให้เราใหม่ซะสวยเลย ขอบคุณมากนะคะ -/\-
แล้วก็ถึงเวลาช้อปปิ้งกันแล้ว 55555 ก็เลือกจากสิ่งที่พี่เค้าแนะนำและใช้กับหนังหน้าเรานั่นแหละค่ะ
ไปดูกันเลยดีกว่าว่าเราได้อะไรมาบ้าง เริ่มที่หมวดสกินแคร์กันก่อนเนอะ

Vitamin Enriched Face Base (2,200 บาท)
ตัวนี้ใช้ทาตอนเช้าก่อนแต่งหน้าและกลางคืนก่อนนอน เนื้อมันจะข้นเหมือน body butter เลย
เพราะฉะนั้นควรจะเอามาวอร์มที่มือแปปนึงก่อนค่อยทาลงผิวหน้าไปนะคะ
มีกลิ่นหอมจากเกร๊ปฟรุตและเจราเนี่ยม  ให้ความรู้สึกว่าทาแล้วยุงจะไม่กัดหน้าแน่นอน 55555 แซวเล่น

Hydrating Eye Cream (1,900 บาท)
นี่คืออายครีมกระปุกแรกในชีวิตเราเลย
ตอนเช้าใช้ทาบริเวณใต้ดวงตาก่อนแต่งหน้า จะช่วยให้คอนซีลเลอร์เกลี่ยง่ายขึ้น
ก่อนนอนเราใช้หลังจากทาครีมบำรุงปกติเสร็จแล้ว ซึ่งไม่รู้ว่าถูกวิธีไหม 555555
และเราใช้นิ้วนางทาค่ะ ดูเหมือนดัดจริตนิดนึงแต่เห็นเค้าทำกันก็เลยเอาบ้าง .___.

ไปดูในส่วนของเมคอัพกันต่อเลย

Brow Kit สี Saddle / Mahogany 2 (2,000 บาท)
จากชะนีที่ใช้ดินสอเขียนคิ้วมาโดยตลอดได้ค้นพบว่าแบบฝุ่นเขียนง่ายกว่ามาก
และดูเป็นธรรมชาติกว่ากันเยอะ ก็เลยจัดมา 1 อันโดยเลือกสีที่ใกล้เคียงสีผมที่สุด
ข้างในมีแหนบกับแปรงให้ด้วย แต่แปรงแข็งไปนิด เลยใช้แปรงที่มีอยู่เขียนแทน
รู้สึกว่าหน้าตัวเองดูซอฟท์กว่าตอนเขียนสีดำมาก แต่คงเขียนได้แค่ตอนไปข้างนอก
ตอนไปรร.กลัวผิดระเบียบแล้วโดนฝ่ายปกครองลบคิ้ว หนักกว่าเก่าอีก =_=

No Smudge Mascara สี Black 1 (1,200 บาท)
หลายๆคนอาจจะคิดว่าซื้อมาสคาร่ามาทำไม ของ Drug Store ก็ดีเหมือนกันนี่
คืออย่างงี้ค่ะ ตอนลองปัดที่เคาน์เตอร์รู้สึกขนตาเราฟรุ้งฟริ้งกว่าของที่ใช้อยู่ ณ ปัจจุบัน
ในเมื่อดีกว่าแล้วจะรออะไร จัดมาเลย 555555

และสุดท้ายภูมิใจนำเสนอมาก Sand Eye Palette (2,900 บาท)
แม่คุณเอ๊ยยยอะไรจะสวยขนาดนั้น และทุกสีใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ไม่ต้องรองานแฟนซี
ซึ่งประกอบไปด้วย อายแชโดว์เนื้อด้าน 4 สี เมทัลลิค 2 สี และสปาร์คเคิลอีก 2 สี
จะใช้หมดเมื่อไหร่กันนะ คงต้องหันมาแต่งหน้าทุกเสาร์ซะแล้วสิ 55555

และด้วยความที่ยอดครบหมื่นพอดีเลยได้ Bobbi to Go มาด้วย
เป็นกระเป๋าเครื่องสำอางสีดำ
ข้างในมี Hydrating Face Cream, Hydrating Eye Cream และ Soothing Cleansing Oil ขนาดพกพา
ซึ่งเหมาะมาก เพราะเผื่อได้มีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศอีก เราจะได้เอาสิ่งนี้ขึ้นเครื่องไป

แล้วก็ยังได้ passport ของ Bobbi Brown ด้วยที่ข้างในมีสิทธิประโยชน์ต่างๆมากมาย
เช่น เรียนแต่งหน้าฟรี กันคิ้วฟรี 1 ครั้งงี้ คือรู้สึกปริ่ม T^T รอขนคิ้วยาวก่อนจะไปทำแน่ 55555
ซึ่งที่ตำมาทั้งหมดนี้ ลดไปลดมาแพรต้องจ่ายเพิ่มแค่ 180 บาทเองอะ คุ้มมากกกก
โอเคไม่รู้จะพูดอะไรละ 55555 จบการโอ้อวดแต่เพียงเท่านี้ สวัสดีค่ะ :p

6.23.2014

Review: NIVEA Make up clear โฟมล้างหน้าล้างเครื่องสำอางทั้ง 2 สูตร

ห่างหายจากบล๊อกไปนาน 55555 ช่วงนี้เอาเวลาไปหมกกับการวิ่งหลังจากกลับจากรร.
แล้ววันเสาร์ก็ยังมีไปออกกำลังอีก วันอาทิตย์นอนเดี้ยงอยู่บ้าน เลยไม่มีเวลามาเขียนเท่าไหร่
วันนี้ก็เลยจะเอาสิ่งที่ได้มาและซุ่มใช้อยู่ซักพักนึงมารีวิวให้ชมกันนะคะ
จริงๆไอ้เจ้า Nivea Make up clear เนี่ยมันออกมา 3 สูตร
แต่แพรได้มาลองสองสูตรด้วยกัน 
สีชมพู เป็นสูตร Extra White สำหรับผิวคล้ำเสีย
สีม่วง เป็นสูตร Acne Care สำหรับผิวที่เป็นสิวสะสม

เริ่มจากตัวที่เป็นมัดโฟมก่อนแล้วกันเนอะ
เนื้อโฟมก็จะเป็นสีเทาๆ กลิ่นหอมดี ฟืดดดด~ -..-
วิธีใช้ก็ง่ายๆเลย พอกไว้1นาที เอาน้ำแตะนวดๆให้ทั่วแล้วล้างออก
ส่วนใช้แล้วจะเป็นยังไง ล้างได้สะอาดแค่ไหน เชิญชมค่ะ :D
โดยจะทดลองใช้ล้างสิ่งต่อไปนี้ ได้แก่ Maybelline Color Tatto, Maybelline Blush Stick,
Concealer ของ Collection, in2it waterproof gel liner และ M.A.C lipstick สี Morange
ปล. จริงๆแล้วคงไม่มีใครใช้ล้างลิปสติกกันหรอก เผลอกินเข้าไปก็แย่สิ
แต่ที่เลือกมาเพราะลิปสติกแมคค่อนข้างติดทนและล้างยากมาก

เราก็จัดแจงพอกไว้แล้วจับเวลา1นาที 
จากนั้นก็กวักน้ำแล้วก็ขัดๆถูๆประมาณนึง
พอล้างออกแล้วก็เป็นอย่างที่เห็นค่ะ คือทุกอย่างหลุดหมดยกเว้นเมย์เบลลีนกับอินทูอิท
ซึ่งเป็นเรื่องปกติมาก สองตัวนี้ใช้ Make up remover ล้างยังไม่ค่อยจะออกเลย -..-
ล้างเสร็จแล้วรู้สึกเย็นๆตึงๆดีค่ะ ให้ 9/10 แล้วกัน

มาที่เจ้าตัวนี้กันบ้าง อันนี้เราลองเป็นอย่างแรกเลย ได้มาปุ๊บลองปั๊บ
เนื้อโฟมเป็นสีขาวธรรมดา รู้สึกถูกจริตกับกลิ่นนี้มากกว่าตัวมัดโฟมแฮะ -w-
ซึ่งบอกเลยว่าลืมอ่านว่ามันขจัดอะไรได้บ้าง =_= ไม่เป็นไรเอาที่ใกล้เคียงแล้วกัน 555555
ปาดเครื่องสำอาง5อย่างเดิมลงบนแขนแล้วก็เริ่มถูๆไถๆ
ทำไมรู้สึกสะอาดกว่าตัวมัดโฟม งงดีแฮะ -.-??
จะเห็นได้ว่ามันล้างอายไลน์เนอร์ออก ซึ่งจริงๆตัวมัดโฟมมันควรจะทำได้ป่ะ 5555
คือใช้เวลาล้างเท่ากัน ออกแรงถูเท่ากันเลยนะ
งั้นเทใจให้ตัวนี้เลย เอาไป 10/10 ฮี่ๆ

สรุปเลยละกัน ก็ถ้าเป็นเมคอัพที่ติดทนมากๆจะไม่สามารถล้างออกได้
ยังคงต้องพึ่งรีมูฟเวอร์จริงๆกันอยู่ถึงจะสะอาดหมดจด ไม่งั้นคงขายไม่ออกกันพอดี 5555
แต่ถ้าเป็นพวกแป้ง คอนซีลเลอร์ คราบครีมกันแดดงี้ล้างออกได้อยู่ค่ะ  โดยรวมถือว่าน่าพอใจอยู่
ก็ไปหาซื้อมาลองกันได้ อย่าเพิ่งเชื่อเรามาก ผิวแต่ละคนไม่เหมือนกัน
ก่อนซื้อก็อ่านส่วนผสมดีๆก่อนว่ามีสารที่ตัวเองแพ้หรือเปล่า
ก็ขอจบรีวิวเพียงเท่านี้ละกันค่ะ จะไปนอนกลิ้งแล้ว คร่อกกกกกก

5.03.2014

Review: Anna & Son Cuisine (The Anna Restaurant & Art Gallery เดิม)

วันนี้แพรจะมารีวิวอาหารแต่ละอย่างของร้านนี้ให้ดูกันเนอะ
เค้าเปลี่ยนคนบริหารร้านไปเมื่อปลายปีที่แล้ว ไม่เห็นจะรู้เรื่องเลยแฮะ .__.
ที่ไม่รีวิวตัวร้านเพราะทุกอย่างค่อนข้างจะเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนมาก
ไปดูอาหารกันเลยดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง สั่งด้วยอารมณ์หิวโฮกล้วนๆ 55555

ซีซ่าร์สลัด
เป็นจานแรกที่มาเสิร์ฟเลย กลิ่นบัลซามิกเตะจมูกมาก
ไก่ค่อนข้างแข็งแต่โดยรวมแล้วอร่อยดีค่ะไม่เลี่ยน คนไม่ชอบกินผักก็น่าจะโอเคกับจานนี้
จริงๆแพรเพิ่งมากินผักเอาจริงเอาจังตอนทริปอิตาลีเพราะเค้าเสิร์ฟผักทุกมื้อ
บวกกับอาหารค่อนข้างเค็มเลยทำให้ต้องกินอย่างเลี่ยงไม่ได้ 5555

เมี่ยงปลาทู
จานนี้เป็นหนึ่ง recommended dishes ของทางร้านเลย
วัตถุดิบสะอาดสะอ้านดี แต่อร่อยไหมอันนี้ไม่รู้แฮะเพราะไม่ได้ทาน 5555
แต่เห็นพ่อบอกว่าอร่อยนะคะ :D

ทอดมันกุ้ง
อันนี้ก็อร่อยค่ะ ชิ้นใหญ่และหนาดี แต่ก็ทั่วๆไปอะเนอะ 55555
ไม่เคยเห็นทอดมันกุ้งของที่ไหนไม่อร่อยเลย ถ้าเจอจะปรี๊ดมาก -_-

โรตีแกงเขียวหวานไก่
สังเกตมั้ยคะว่าแป้งโรตีค่อนข้างเล็กและเหี่ยว 5555
เห็นทีแรกก็ตกใจเอ้าตายโหง จะอร่อยไหมเนี่ย -0-
แต่พอชิมดูก็โอเคค่ะอร่อยดี แต่น้ำแกงเขียวหวานค่อนข้างข้นมากๆ 
และไก่เป็นไก่จริงๆ ไม่ใช่เศษไก่หรือวิญญาณไก่ น้ำแกงที่เหลือก็เอาไปซดกับข้าวต่อได้

สปาเก็ตตี้ซีฟู้ด
จริงๆอันนี้ไม่ได้สั่ง เค้าทำมาผิดแต่ก็เอามาเพราะกลัวเค้าเอาไปเททิ้ง 5555
คือชอบกินสปาเก็ตตี้มาก ไม่เคยเลี่ยนเลย กินได้ตลอด
อันนี้จะค่อนข้างเผ็ดนิดนึงถึงจะดูเหมือนไม่เผ็ดก็ตาม อร่อยอีกเช่นเคย :p

ปลากะพงทอด
เหมือนมันจะคือปลากะพงทอดกับยำมะม่วงมั้งไม่แน่ใจ 5555
เนื้อปลาสด ทอดได้กรอบดี แต่น้ำยำมะม่วงค่อนข้างหวานอะ ไม่ชอบเลย -_-
ถ้าใครชอบหวานก็จัดไปค่ะ อันนี้เราขอกินแค่ปลาพอ

สปาเก็ตตี้ขี้เมาเนื้อ
อันนี้พอกินเข้าไปปุ๊ปคุ้นๆเหมือนกะเพราเนื้อที่เคยไปกินแถวเขื่อนลำตะคอง 5555
ดีตรงที่เนื้อไม่เหนียวและไม่เหม็นเลย จานนี้เผ็ดน้ำหูน้ำตาไหลค่ะ แต่ชอบ สะใจ -..-

ทาร์ตมะม่วง
อันนี้เค้าบอกว่าเป็นของขวัญจากทางร้านค่ะ ไม่รู้ว่าโต๊ะอื่นได้เหมือนกันมั้ยนะ 5555
มะม่วงชิ้นใหญ่มาก หวานหอม ตัว crust ข้างล่างก็อร่อย กินพร้อมกันฟินมาก!

สรุปสุดท้ายโดนไปทั้งหมด 1,7xx  ค่ะ เอ่อ…ต้นเดือนเนอะไม่เป็นไรหรอก 
แต่แพงแล้วอร่อยที่บ้านก็แฮปปี้ยอมจ่ายนั่นแหละค่ะ 
พนักงานบริการดี คอยมาถามว่าอาหารโอเคมั้ย ได้ครบหรือยัง
คุ้มกับ service charge 10% ที่เสียไปอยู่ๆ
ขอจบการรีวิวเพียงเท่านี้ ไปแล้วค่ะบ้ายบายยย

4.25.2014

News: ตอนนี้เขียนบล๊อกคนเดียวแล้ว

ตามหัวข้อเลยค่ะ ไม่มีแอดพ่องแอดแม่งข้าวเหนียวหมูทอดแล้ว ต่างคนต่างไป 55555
จริงๆเลิกกันพักใหญ่แล้วแต่เพิ่งมาจัดการบล๊อกเอาตอนนี้ -..-
ไปปรับสภาพชีวิตกันอยู่พักใหญ่ ฮาาาา แต่จบกันดีค่ะนี่ยังยืมหนังสือมันเรียนอยู่เลย
เนื้อหาที่เค้าเคยโพสต์ไว้เราก็ไม่ลบค่ะ รู้สึกมันยังมีประโยชน์อยู่
โตแล้วแยกแยะได้อะไรควรไม่ควร ฮี่ๆ
ยังไงก็ฝากติดตามกันต่อไปด้วยนะคะอย่าเพิ่งทิ้งกันเลย TT
ให้เรียกว่าแพรเฉยๆแล้วกันค่ะ ง่ายดีไม่ซับซ้อน 5555
kaoneawmootodd.blogspot.com ----> fabbydiary.blogspot.com เด้อ

4.16.2014

OpenBag : ของฝาก(ให้ตัวเอง)จาก Italy

หายไปซะนานเลย 55555 ไปเที่ยวอิตาลีมาค่า กลับมาตัวดำเลย
แดดแรงมากกก แต่สนุกดีได้เที่ยวทั้งเมืองที่อากาศหนาวและทะเลไปพร้อมกัน
มาพูดถึงเรื่องของฝาก(ตัวเอง)บ้างดีกว่า เริ่มที่เครื่องสำอางกันก่อนเลยเนอะ
นี่คือภาพรวม 5555 ไม่เยอะนะเพราะ drug store ที่โน่นมีน้อย
farmacia ก็เน้นพวกยากับเวชสำอางซะส่วนใหญ่เลยไม่อิน -_-
ไปดูกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง

(บน) Douglas Foundation Brush
(ล่าง) Prestige BRS-06
ขนมันนุ่มนิ่มดีทั้งสองอันเลย ราคาก็ไม่แพงมากด้วย
อันบนรู้สึกจะประมาณ7-8ยูโรนะคะถ้าจำไม่ผิด ซื้อที่ร้าน Douglas
ส่วนอันล่าง13ยูโรนิดๆค่ะ ซื้อที่ Autogrill 

Sephora 3D Precision Sponge
ฟองน้ำไข่เบลนด์รองพื้น อยากมีไว้ในครอบครองเฉยๆ 5555
ราคา9,90ยูโรค่ะ ไม่แพงมากเหมือนกัน

L'OREAL Nude Magique Blur Cream 
เป็นออกแนวเบสหรือไพร์เมอร์อะค่ะ ก่อนใช้ก็เขย่าก่อน
พอทาไปปุ๊ปมันจะแห้งๆลื่นๆ ไม่ได้เบลออะไรแต่อย่างใด แพงก็แพง
หลอดแค่นี้ราคาตั้ง13ยูโร ฮ่วยยย อารมณ์เสีย 5555
ปล.ตอนหยิบลืมดูราคา =__= ผิดเองแง้

Catrice Prime and Fine Smoothing Refiner
เค้าว่าดีเราก็ว่าดีค่ะ สอยมาแบบไม่ได้ลืมหูลืมตา 5555
ราคาจำยูโรไม่ได้แต่ประมาณ 260 บาทไทย ถูกกว่าไทย10บาท -_-
แต่เป็นไพรเมอร์ที่เนื้อค่อนข้างดีทีเดียวแหละ

Rimmel Stay Matte สี Translucent 
แป้งที่ทุกคนวอแวกันอย่างมากว่ามันดี
พอลองแล้วก็เฉยๆนะ แต่ก็โอเคอยู่ค่ะหน้าก็มันน้อยลงนิดนึง

L'OREAL Ciglia Finte Farfalla 
งานงอกตรงอ่านไม่ได้แปลไม่ออก -_-
พนักงานที่ Douglas เชียร์ให้ซื้อค่ะ บอกว่ามันดีนะยู
ใช้แล้วขนตายาวฟรุ้งฟริ้งเชียวแหละ ลดราคาอยู่ด้วยนะ
เราก็เลยโอเคๆเลทมีแฮฟดิสวัน 55555 ค่าเสียหาย9,90ยูโรค่ะ
รูปร่างแปรงแปลกตาดี ยังไม่ได้ลองใช้เลย

KIKO Definition Eyeliner
เป็นแบรนด์ของอิตาลีค่ะอันนี้ เห็นมีชาวอิตาลีเข้าไปวอแวกันเยอะก็เข้าไปบ้าง
หน้าร้านมีป้ายล่อตาล่อใจว่า Eyeliner แค่3,90ยูโรเองนะ
ก็ไปลองขีดๆดูอืมมมมมันก็ดีนะ เอาก็ได้แว้ :p

KIKO Super Colour Mascara สี 02
เห็นข้างๆมีมาสคาร่าสีๆเลยจะลองใช้ดู ราคาเท่าอายไลน์เนอร์เลยค่ะ
จริงๆคนที่เข้าร้านนี้ส่วนใหญ่จะมาวอแวกับยาทาเล็บกัน
แล้วก็เตือนไว้ก่อนว่าสีของรองพื้นที่นี่ค่อนข้างเข้มนะคะ เราลองแล้วมือดำเลย TT

Maybelline Baby Lips
ที่ซื้อเพราะอยากได้แพ็กเกจจิ้งแบบนี้ สวยมากกกกกกกกก
แต่ราคาก็จะแพงกว่าค่ะ ประมาณ200กว่าบาทแน่ะ
ซื้อมาสะสมไว้นานๆเจอที แหะๆ

(บน) Bottega Verde สี Fragola
(ล่าง) Bottega Verde สี Nude
ซื้อมาเพราะมันลดราคา 5555 ยี่ห้อนี้ออกแนวคล้ายๆอีฟโรเช่ค่ะ แต่เป็นของอิตาลี
สีมันก็ชัดดีค่ะ ซื้อมาเพื่อให้สบายใจเฉยๆว่ามี (นิสัยไม่ดี)
ราคา2,99ยูโรค่ะ

Bottega Verde Protective Colour Lipstick with Argan Oil 
สีสวยราคาถูก แถมไม่มีขายในไทย ต้องสอยมาให้อุ่นใจกันนิดนึง 5555
น่าสนใจตรงมันใส่ Argan Oil นี่แหละ ราคารู้สึกจะแค่4ยูโรเอง หิหิหิหิ

Bottega Verde Make-up Wipes with Chamomile Extract
ยังไม่ได้แกะไม่รู้ว่ามันดีมั้ย เห็นว่าลดราคาก็หยิบมา 5555
สเต็ปเดิมๆ ราคาก็ประมาณ5ยูโรค่ะ

Garnier Sensitive essential 
ดูจากสภาพห่ออันนี้ใช้จริงค่ะ ซื้อตั้งแต่วันแรกๆเลย
เช็ดมาสคาร่าเกลี้ยงดีค่ะตัวนี้ ไม่แสบตาด้วย ชอบๆ :D

The Body Shop Honey Mania Lip Balm
ซื้อที่ดิวตี้ฟรีสนามบินมิลาน เห็นมันน่าสนใจดีเลยสอยมา
กลิ่นหอมดีด้วยค่ะ ราคา5ยูโรถ้วน

M.A.C Studio Finish Concealer สี NC30
ไม่ได้ซื้อตามพี่โมเมพาเพลิน พนักงานที่เคาน์เตอร์เลือกสีนี้ให้ 55555
ตอนแรกจะซื้อ Nars Radiant Creamy Concealer แหละแต่ว่าเนื้อมันหนักมาก
ลงไปแล้วไม่เข้ากับเราเลย ชอบอันนี้มากกว่า ราคา15,20ยูโรค่ะ

มาเข้าหมวดกระเป๋ากันบ้างดีกว่าเนอะ
ไปดูกันเลยว่าได้อะไรมาบ้าง

COCCINELLE ไม่รู้ชื่อรุ่น 555555
ใบนี้ราคา 215 ยูโรค่ะแต่ได้คืนภาษีอีกจำนวนนึงก็ทำให้ถูกลงไปอีก
บางคนอาจจะคิดว่ายังเด็กอยู่ทำไมดัดจริตใช้กระเป๋าใบละเกือบหมื่น
เราเคยเห็นรุ่นไล่ๆกันใช้ใบละ5หมื่นนะเพราะฉะนั้นเราคิดว่าเรายังดัดจริตไม่มาก 5555
(ยืมคำพูดขุ่นแม่โมเมพาเพลินมานิดนึง)
สีสวยดีค่ะ ใช้เป็น everyday bag ได้ ทรงจะปรับให้เป็นแบบในรูปหรือจะพับเข้าก็ได้
ของจริงสวยเกินบรรยายค่ะ -/\- 

กระเป๋าสตางค์ MICHAEL KORS
ฝรั่งชอบหิ้วยี่ห้อนี้กันก็หิ้วตาม 5555 ปีที่แล้วเคยซื้อใบยาวสีแสดไปแล้ว
ทริปนี้พ่อเชียร์ให้ซื้อใบนี้อีกใบ สวยมากเงาๆวิบวับๆ
ราคา 59 ยูโรค่ะ :D

กระเป๋า crossbody จาก Accessorize 
พอซื้อกระเป๋าตังค์ใบข้างบนมาปุ๊ปต้องหาคู่ค่ะ 555
จนมาเจอใบนี้มันช่างเข้ากันดี๊ดี >< ราคาไม่แพง 15ยูโรกว่าๆค่ะ

ที่ใส่บัตรจากร้าน carpisa
ซื้อมาเพื่อเอาไว้ใส่บัตรสำคัญๆต่างๆค่ะ ราคา12,90ยูโร
จริงๆถ้าใครอยากได้กระเป๋าถูกคุณภาพดีแนะนำร้าน carpisa นะ
หาได้ทั่วไปในอิตาลีเลย มีแบบให้เลือกเยอะด้วย

หมดแล้วค่ะทั้งของฝากทั้งเงิน ในหมวดกระเป๋านี่เราต้องกดเงินมาคืนแม่ทั้งหมดนะคะ 5555
น้ำตาจะไหลจริงๆ T__T ขอแนะนำเกร็ดเล็กๆน้อยของอิตาลีนิดนึงเนอะ
ห้องน้ำสาธารณะส่วนใหญ่เสียเงินหมดค่ะ ราคาตั้งแต่0,50-1,50ยูโร แล้วแต่ที่
และต้องระวังโจรขโมยมากๆ อย่าควักแบงค์ใหญ่อย่างแบงค์ร้อยหรือ5ร้อยขึ้นมาถ้าไม่จำเป็น
เพราะโจรจะเห็นและเดิมตามแล้วฉกกระเป๋าเราไปทันที โจรที่นี่มีหลายรูปแบบค่ะ
กระชากไปบ้าง เดินชนบ้าง ทำให้เราตกใจแล้วอาศัยจังหวะหยิบไปเลยบ้าง 
หลอกให้เราถ่ายรูปให้บ้าง โอ้ยยสารพัดแล้วแต่จะเจอค่ะ ต้องระวังตัวมากๆกอดกระเป๋าไว้แน่นๆ
แพรกลับมาโดยที่ทุกอย่างยังอยู่ครบค่ะ แต่ยาดมหายบนเครื่องบิน น่าเกลียดมั้ย -_-
ไปแล้วค่ะบ้ายบายยยย กราเซีย 55555