3.17.2015

Diary: แชร์ประสบการณ์สอบSAT

ที่จริงไปสอบมาตั้งแต่ 24 มกราคมเมื่อต้นปีแล้ว แต่เพิ่งมีอารมณ์เขียน เนื่องจากทำใจอยู่นาน 5555
คะแนนที่ได้นั้นค่อนข้างจะต่ำมากค่ะ จึงไม่ต้องห่วงว่าอ่านแล้วจะรู้สึกเครียดหรือกดดัน
วิธีการสมัครก็คือกรอกข้อมูลไปเรื่อยๆจนถึงหน้าชำระเงิน จ่ายด้วยบัตรเครดิต
จากนั้นก็ปริ้นท์ admission ticket ออกมา เป็นสิ่งที่จำเป็นมากในวันสอบ อย่าลืมล่ะ
อย่าตกใจถ้าใน admission ticket นั้นบอกแค่โรงเรียน ไม่บอกรายละเอียดว่าตึกอะไร ชั้นอะไร
และไม่บอกระยะเวลาสอบ!! บอกแค่ว่าต้องไปถึงที่โรงเรียนนั้นก่อนกี่โมง ตามนั้นค่ะ

เราเลือกไปสอบที่โรงเรียนนานาชาติร่วมฤดี ไปถึงก็จะมีป้ายชี้ว่าสอบSATไปทางไหน
เดินไปเรื่อยๆจนถึงโรงอาหาร ก็ไม่มีใครมาชี้แจงอะไร ทุกคนนั่งกองกันอยู่ที่นั่น
จนสักพักก็มีคนมาเรียกให้ไปต่อแถว โดยจะเรียกคนที่สอบSAT Subjectออกไปก่อน
จากนั้นจึงค่อยเรียกคนที่สอบSATธรรมดาออกไป (คนมาเรียกดุโคตรๆค่ะ T_T 55555)
เตรียมticketกับบัตรประชาชนให้พร้อม เค้าจะตรวจรอบนึงก่อนขึ้นบันไดไปที่ห้อง
ขึ้นบันไดไปเสร็จก็รับบัตรคิวแล้วเค้าจะบอกเองว่าให้ไปที่ห้องไหน
ถึงหน้าห้องก็ตรวจบัตรประชาชนกับticketอีกรอบแล้วก็ไปนั่งตามที่คนคุมสอบบอก
จากนั้นก็ฟังกฎกติกาในการสอบบลาๆๆๆ เสร็จปุ๊ปก็เริ่มสอบได้
โดยพาร์ทแรกจะเป็นพาร์ทเขียน (สมองยังไม่ตื่นเลยว้อย นึกไม่ออก) แต่ก็แรพไปได้สิบกว่าบรรทัด 
ซึ่งถือว่าน้อยมากในการเขียน essay ที่ดี ต่อไปก็จะเป็น reading สลับกับ math ไปเรื่อยๆ
พาร์ทreadingก็วางเครื่องคิดเลขไว้บนพื้น พอถึงmathค่อยหยิบขึ้นมาใช้
จนsectionท้ายๆเริ่มล้า มั่วreadingโลด เพราะใช้แค่mathอย่างเดียว
จนมาสำนึกได้ทีหลังว่าเป็นความคิดที่ผิดอย่างมหันต์ แต่readingของSATโหดจริงค่ะ ยาวเฟื้อย
math ก็ยากบ้างง่ายบ้าง แต่ก็คิดทุกข้อและมั่นใจมากว่าทำถูกแน่ๆ หึหึ
แล้วก็เขาค่อนข้างเป๊ะเรื่องเวลานะคะ เช่นเริ่มสอบ9:07โมง เวลาสอบ30นาทีก็จะบอกหมดเวลาที่9:37
ซึ่งก็ถือว่าแฟร์ดี ให้เวลาตามนั้นจริงๆ ไม่ใช่เลทแล้วเลทเลยฉันไม่สนงี้
ที่ห้องสอบมีดินสอกับกบเหลาให้ยืมใช้ แต่ไม่ต้องถึงขั้นไม่เตรียมไปเลยนะคะ อันนั้นเกินไป 55555
สอบเสร็จก็ลงมาจากห้องด้วยความเหนื่อยล้าแล้วก็ไปหาอะไรกินต่อ (นั่น) 

พอคะแนนออกปุ๊ปช็อคค่ะ ไม่ถึงเกณฑ์อีกแล้ว แต่ก็ค่อนข้างชินและชา .___. 
แต่พอพ่อแม่มาถามทีบ่อน้ำตาแตก 5555 แต่เค้าก็ไม่ได้ว่าอะไร ก็ให้กำลังใจดี
ที่คิดว่าทำได้ทำแ_งทำไม่ได้อีกละ สงสัยช่วงนั้นดวงตกเรื่องสอบ (โทษไปนู่น 55555)
จากที่เล่าเรื่องคะแนนมาทั้งหมดน่าจะเอาไปทำต่ำกว่าเกณฑ์เดอะซีรี่ส์ได้แล้ว ฮือๆๆๆๆ
คะแนนmathเลขสวยดี แต่อย่าลืมว่าส่วนใหญ่เค้าเอาขั้นต่ำ550+กันทั้งนั้น เลขชักจะไม่สวยแล้วสิ
readingก็คิดว่าไม่น่าซุยไปเลย น่าจะอ่านบ้าง เผื่อได้มากกว่านี้ writingช่างมันค่ะ 55555

ใครที่จะไปสอบก็ขอให้ตั้งใจกันมากๆนะคะ ทำให้เต็มที่ อย่าเพิ่งมั่วอย่าเพิ่งข้าม ค่าสอบไม่ใช่ถูกๆเลย
นี่ก็ทำอะไรไม่ได้แล้วนอกจากเข้ามหาวิทยาลัยแล้วต้องเปลี่ยนตัวเอง ตั้งใจเรียนมากขึ้น
ช่วงมัธยมหรืออะไรที่สอบไปแล้วมันกลับไปแก้ไม่ได้ ทำใจอย่างเดียว
ตอนนี้ก็เลยตัดสินใจลงเรียนpre-collegeที่MUICไปนี่แหละค่ะ หวังว่าจะช่วยเราได้ ฮึบบบบ สู้!!

2.09.2015

Diary: My 18 Favorite Things

เนื่องในโอกาสที่แพรอายุครบ18ปีพอดี (แต่หน้านี่ไปไกลแล้ว 55555)
เลยอยากจะมาแนะนำของ18อย่างที่ใช้แล้วดี แฮปปี้ ไม่เคยทำให้ผิดหวัง
บางอย่างพอใช้ปุ๊ปอยากจะรีบไปซื้อมาตุนเพิ่ม มีอะไรบ้างไปชมกันเลยค่ะ

1. Bio-Oil
เริ่มไปซื้อตัวนี้มาใช้ตอนหน้าพังค่ะ คือแพ้โฟมล้างหน้าแล้วสิวเห่อเต็มหน้าเลย
พอสิวหายปุ๊ปทิ้งไว้แต่รอยดำก็ไปซื้อตัวนี้มาลองใช้ ทาตรงที่มีรอยไปซัก2-3เดือนก็เริ่มจาง
จนถึงตอนนี้ก็ผ่านมา4-5เดือนแล้ว รอยหายไปเกือบหมดแล้วค่ะ หน้ากลับมาเป็็นปกติ :D
 ตอนที่โดนมดกัดจนเป็นเหมือนแผลเป็น เป็นรอยดำๆ พอทาตัวนี้สักพักก็จะจางแล้วหายไปเอง 
ไม่ใช่แค่รักษารอยนู่นนี่นั่นเท่านั้น จะใช้ทาบริเวณที่แห้งมากก็ได้ พูดง่ายๆคือสารพัดประโยชน์
ขวดนึงน่าจะใช้ได้นานเพราะใช้ทีนึงไม่กี่หยดเอง รักที่สุดดดด ><

2. Winmax Cuticle Oil
อันนี้ซื้อที่ไดโซะค่ะ ขวดละ60บาท ไม่แน่ใจว่ามีทุกสาขามั้ย (เราซื้อที่เมกาบางนา)
จะบอกว่าเป็นน้ำมันทาขอบเล็บที่ดีมากกก แถมราคาก็ถูกแสนถูก อยากจะไปเหมามารัวๆ 
กลิ่นมันหอมแบบบอกไม่ถูกอะ แต่ไม่แรงมากนะ หอมพอดีๆ 
เสียอย่างเดียวคือพกลำบากนี่แหละ นอกนั้นเอาใจไปเลยเต็มๆ

3. JERGENS Overnight Repair
ตอนนั้นซื้อเพราะจะไปยุโรป อยากได้อะไรที่ให้ความชุ่มชื้นดีๆและพกพาง่าย
ก็เลยซื้อหลอดเล็กมาลอง ปรากฏว่าใช้ดีมาก ติดใจ กลิ่นหอมด้วย -..- (อีกแล้ว)
ใช้ที่โน่นก็โอเค ใช้ที่ไทยก็ดีงาม (ในกรณีที่อยู่ห้องแอร์หรืออากาศหนาว ไม่งั้นจะเหนียวตัว)

4. Nivea Extra White Make Up Starter
มีโอกาสได้ลองใช้ตอนที่ได้เป็นของรางวัลจากการประกวดนี่แหละค่ะ
ใช้หลอดเล็กแล้วติดใจ ให้ความชุ่มชื้นค่อนข้างโอเค ถึงSPFจะไม่สูงมากแต่กัดแดดได้ดีโคตร
ตั้งแต่ใช้มาหน้าไม่ดำขึ้นจากเดิมเลย ทั้งๆที่ตากแดดทั้งกลางวันและเย็นแบบจัดเต็ม
ไม่ได้ชอบเพราะได้มาฟรีนะ มันดีจริงๆ ไนท์ครีมที่ได้มาด้วยกันเราก็ไม่ชอบนะ กลิ่นแรงเกิน -_-

5. Bourjois healthy mix serum
บอกเลยว่าเป็นรองพื้นที่ใช้ที่ไทยก็ดี ใช้ที่เมืองนอกที่อากาศหนาวจัดแห้งจัดก็เอาอยู่
วันกีฬาสีทาไปบ้าๆบอตากแดดเหงื่อไหลก็ยังเป๊ะจนถึงบ่าย 
ตอนไปเที่ยวยุโรปก็ทาตั้งแต่8โมง จนทุ่มนึงก็ยังอยู่ดีแล้วหน้าก็ไม่แห้งเลยด้วย 
ใช้คู่กับนีเวียตัวข้างบนอย่างเดียว ไม่ได้ทามอยส์เจอไรเซอร์อะไรเพิ่มเลยหน้าก็ไม่แห้ง
แถมเราใช้แล้วผ่อง สีไม่ดรอปเลยระหว่างวัน ไม่รักได้ไงล่ะ <3

6. Bobbi Brown Brow Kit สี Saddle/Mahogany
สิ่งนี้แหละที่ทำให้เรารักการเขียนคิ้วสีน้ำตาล ติดทนดีไม่เลือนระหว่างวันถ้าไม่ไปเช็ดโดน
พอใช้ไปใช้มารู้สึกว่าแปรงที่เค้าให้มานั่นแหละเขียนเป็นธรรมชาติที่สุดแล้ว
รู้สึกพอหน้าเริ่มมันเหงื่อเริ่มออกแทนที่มันจะหลุดกลับสีเข้มขึ้นซะงั้น งงเลย แต่ก็ดีแล้ว 5555

7. Rimmel Stay Matte สี Translucent
มันไม่ได้ทำให้หน้าไม่มันหรอก แต่ใช้แล้วหน้าผ่องดี ราคาไม่แพงด้วย
ใช้เซ็ตรองพื้นแล้วดีงามสุดๆอะ ถ่ายรูปออกมาหน้าขาววิ้งแบบไม่หลอกตา 55555

8. Maybelline Cheeky Glow สี Wooden Rose
ตอนแรกซื้อมาเก็บไว้เฉยๆ ไม่ได้ใช้เพราะเป็นคนแก้มแดงอยู่แล้ว
แต่พอหลังๆแก้มเริ่มไม่แดงโดยธรรมชาติ งานเข้าสิคะทีนี้ ก็ต้องมีตัวช่วยกันหน่อยแว้ว
ลองปัดแล้วชอบมาก ชิมเมอร์ไม่เยอะเกิน สีเข้ากับหน้า ปัดแล้วไม่ดูเป็นตูดลิง 

9. Collection Lasting Perfection Ultimate Wear Concealer
ดูจากสภาพหลอดที่ใช้และการไปซื้อมาตุนก็น่าจะรู้ว่าปลื้มตัวนี้แค่ไหน 55555
เนื้อไม่หนักมาก ใช้ปิดรอยคล้ำใต้ตาได้ดีทีเดียว ปิดรอยสิวก็พอรอดบ้าง แถมราคาไม่แพง
หลอดนึงใช้ได้นานพอสมควรเลย ส่วนใหญ่จะใช้เฉพาะตอนไปเรียน

10. M.A.C Studio Finish Concealer
ใช้ปิดรอยสิวได้ดีมาก กดๆปิดรอยสิวหลังทาแป้งก็ไม่เป็นคราบ
ส่วนใหญ่ใช้ตอนไปเที่ยวค่ะ ไม่รู้สิเป็นคนไม่ชอบใช้ของแพงๆเวลาไปโรงเรียนอะ 55555

11. NARS Satin Lip Pencil สี Torres Del Paine
ในบรรดาเซ็ตของขวัญปีใหม่ที่มี5แท่งเราใช้สีนี้บ่อยที่สุดค่ะ
สีออกชมพูส้มๆพีชๆ สีไม่แรงและไม่ซีดจนป่วยเกินไป
แถมเนื้อดีจริง ทาง่าย และติดทนพอสมควรเลย :D

12. Collection CreamPuff Lip Cream สี Fairy Cake
ของดีของถูกที่พกติดกระเป๋าตลอดเวลา สีสวย ทาก็ง่าย กลิ่นหอมเหมือนขนม
บางทีไม่ได้ทาก็เอาออกมาดมเล่น ฟืดดดด 55555 

13. The Body Shop Honeymania Lip Balm
เป็นลิปมันที่เนื้อหนืดนิดๆ ให้ความชุ่มชื้นดีมาก ไม่ต้องหยิบขึ้นมาทาบ่อย
หอมกลิ่นน้ำผึ้งมากจนคิดว่าเอาน้ำผึ้งจริงๆมาทาปากเลย 55555

14. Bobbi Brown Hydrating Eye Cream
อายครีมกระปุกแรกในชีวิตเลยอันนี้ ปกติใช้แต่พวกอายโรลเลอร์
ให้ความชุ่มชื้นกับใต้ตาดีมาก ทำให้เกลี่ยคอนซีลเลอร์ง่ายขึ้น ชอบๆ :D

15. Nivea Acne Care Make Up Clear 
ลองมาครบทุกแบบแล้วปรากฏว่าชอบสูตรนี้มากที่สุด แรกๆอาจจะไม่ค่อยชิน
แต่พอใช้ไปนานๆแล้วรู้สึกเย็นสบายหน้าดี เหมาะกับอากาศร้อนๆอย่างบ้านเรามากๆ

16. Batiste Dry Shampoo
ตัวช่วยในวันที่ขี้เกียจสระผมแต่ไม่อยากให้ผมมันแผลบจนไม่สบายหัว
ก่อนหน้านี้ใช้กลิ่น fruity&cheeky cherry อันนั้นก็หอมๆดีแต่ไม่รู้สึกสดชื่นเท่าที่ควร
เลยซื้อกลิ่น cool&crisp fresh มาใช้ เย็นหนังหัวสมใจเลยค่ะ ชอบๆ

17. เซ็ตแแปรงรองพื้น/คอนซีลเลอร์ของ Real Techniques
ไปเดินบู๊ทส์แล้วเจอเลยกัดฟันซื้อเองมาในราคา990บาท
แต่ใช้ดีมาก ขนแปรงนุ่ม ซักตากแล้วไม่เสียทรงเลย ถือว่าคุ้มราคา

18. สำลี AIME 
ตอนแรกซื้อมาใช้เพราะกระแสล้วนๆ แต่ไปๆมาๆติดใจจนต้องซื้อมาตุนทีละห่อ2ห่อ
และกลายเป็นไม่ยอมใช้สำลียี่ห้ออื่นไปเลย คือชอบมาก 55555

หมดซะที~~~~ หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์กับหลายๆคนนะคะ
แต่อย่าลืมว่าของที่เราชอบกับที่คนอื่นชอบอาจจะไม่เหมือนกัน 
เพราะฉะนั้นก็ใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยน้าาาา
ไม่ได้คิดว่าตัวเองฮอตมากจนคนจะซื้อตามหรอก แต่กลัวโดนโจมตีว่าเห้ยฉันใช้แล้วพังนู่นนี่นั่น หยุด!
จุดประสงค์ของการเขียนอันนี้คืออยากมาแชร์สิ่งที่เราใช้แล้วชอบเฉยๆ
อันไหนที่สนใจ คิดว่าลองแล้วไม่เสียหายก็ตำโลดค่ะ 
ขอจบการบรรยาย? สาธยาย? อธิบาย? เพียงเท่านี้ค่ะ บ้ายบายยยย 55555

2.02.2015

Review: Treebox & Think Cafe @ The BLOC ราชพฤกษ์

ไปเลี้ยงวันเกิดที่2ร้านนี้มาค่ะ รู้สึกประทับใจเลยมารีวิวให้ชมกัน
ต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าพ่อกับแม่จะยอมพาไปร้านนี้ ถ้าไม่ใช่วันเกิดแพรเค้าคงไม่พามา -3-
สองร้านนี้ตั้งอยู่ในโครงการ The BLOC ราชพฤกษ์  ใกล้ๆกับร้านปลาอยู่เย็น
ไม่ได้ถ่ายบรรยากาศข้างนอกมานะคะ ลืม 55555 ดูแต่ของกินไปแล้วกันเนอะ
มาเริ่มที่ของคาวที่ร้าน Treebox กันเลยดีกว่า

ปล. ชอบจานที่นี่มาก มีข้อความอยู่บนจานว่า 
"Great food is like great SEX...the more you have...the more you want"

เมนูแรก Tuna Steak Salad
อร่อยดีค่ะ ไม่เหม็นคาวเลย แต่ต้องกินกับน้ำสลัดนะไม่งั้นไม่เวิร์ค ลองแล้ว 55555

Treebox Spaghetti
ใครที่ชอบกินกุ้งน่าจะชอบเมนูนี้มาก เนื้อกุ้งเค้าให้เต็มๆ และมีหัวมีหางมาพร้อม
สปาเก็ตตี้ก็อร่อย แพงไปนิดนึงแต่คุ้ม :D

Pizza Treebox Parma Ham Truffle
พิซซ่ามาแบบชิ้นเล็กๆน่ารักๆ กัดแล้วชีสยืดดดด อร่อยน้ำตาไหล
เอาใจไปเลยเมนูนี้ ชอบมากค่ะ ><

Grill Black Pork Tenderloin Steak
ได้ยินมาว่าไม่ต้องใช้มีดหั่น แค่กัดก็ขาดอย่างง่ายดาย
พอลองแล้วปรากฏว่าจริงค่ะ นุ่มเหนียวกำลังดี ไม่มันด้วยเพราะเป็นสันใน
เฟรนช์ฟรายก็ไม่อมน้ำมัน ดีสมกับเป็นซิกเนเจอร์ดิชจริงๆ

Double Cheese Burger
เป็นเบอร์เกอร์ที่ถ่ายรูปสวย 55555 ปกติการถ่ายรูปเบอร์เกอร์นั้นยากมากสำหรับเรา
อันนี้เราไม่ได้กินค่ะพ่อเรากิน เค้าบอกอร่อยมาก :D

Margarita
ไหนๆอายุ18แล้ว ลองกินค็อกเทลซะหน่อยไม่เสียหาย 5555
แรกๆก็เปรี้ยวๆเค็มๆดี หลังๆเริ่มรู้สึกเป็นแอลกอฮอล์มากไปเลยหยุดกิน
การพยายามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่สำเร็จอีกเช่นเคย
พวกไวน์เบียร์ค็อกเทลอะไรพวกนี้คือให้จิบๆนิดๆอะได้ แต่ถ้าให้หมดแก้วไม่ไหวค่ะ
ไม่ใช่ดัดจริตคนดีอะไรหรอก แค่ไม่ชอบเฉยๆ มันขมอะ -w-

จริงๆสั่งเยอะกว่านี้ แต่ด้วยความหิวบางอย่างเลยไม่ทันได้ถ่าย 55555
ราคาค่อนข้างสูงแต่เมื่อเทียบกับรสชาติและปริมาณที่ได้นั้นคุ้มค่ามาก
บรรยากาศร้านดี พนักงานน่ารักมาก ประทับใจและจะหาเวลาไปอีกแน่นอน <3

มาต่อกันที่ของหวานที่ Think Cafe กันเลย กินคาวไม่กินหวานสันดานผอม 
หุ่นเราถึงได้ล่ำมาเป็นเวลายาวนาน ไม่ผอมซักที 55555

Teddy Cake
ใครมาที่นี่ส่วนใหญ่ก็จะสั่งกันและถ่ายรูปลงอินสตาแกรม
ไอเราก็อยากรู้ว่ามันมีดียังไงนอกจากหน้าตาน่ารักเลยลองสั่งดูบ้าง
เป็นเค้กช็อคโกแลตมูสที่ไม่หวานมาก กินพร้อมวิปครีมกับไอศครีมแล้วลงตัวสุดๆ :)

Panda Cake
อยากชิมเค้กตระกูลหมีให้ครบเลยสั่งอันนี้มาอีกจานค่ะ
ขาวๆนี่ไม่รู้ว่าไวท์ช็อคโกแลตหรือวนิลา ข้างในมีไส้สตรอเบอร์รี่
กินเสร็จตบท้ายด้วยโยเกิร์ตที่เสิร์ฟมาด้วย ฟินมากฮะ~

 Chocolate Pot
อันนี้จะออกแนวดาร์กช็อคโกแลตค่ะ น่าจะถูกใจใครหลายๆคนที่รักสุขภาพ(มั้ง) 55555
พุดดิ้งชาไทยก็อร่อยดี ใช้ได้ๆ

ร้านนี้อร่อยกว่าที่คิดไว้มาก ขนมที่สั่งราคาเดียวกันหมด 175บาท (แอบแพง)
บรรยากาศโอเคแต่แลดูที่นั่งไม่ค่อยจะพอ ถึงแม้ว่าจะมีอีกตู้ ข้างนอก ข้างบน ก็ยังไม่น่าจะพอ
แต่ยังไงก็มาอีกแน่นอน ชอบๆ :D

เป็นวันเกิดปีที่หมดเงินไปกับการกินซะส่วนใหญ่ ไม่เหมือนหลายๆปีที่ผ่านมา
ความสุขของเรามันไม่ใช่แค่การกินอาหารอร่อยๆอย่างเดียว 
แต่มันคือการอัพรูปลงโซเชียลเน็ตเวิร์กแล้วมีคนมาบ่นหิว 55555
ชอบเวลามีคนมาถามว่าร้านไหนอร่อย ไปร้านนี้ดีไหม รู้สึกฟินยังไงไม่รู้ :p
ขอจบการรีวิวและบ่นนอกเรื่องเพียงเท่านี้ สวัสดีค่ะ

1.08.2015

Diary: แชร์ประสบการณ์สอบCU-TEP

เมื่อ21ธันวาคมที่ผ่านมาแพรไปสอบCU-TEPมาค่ะ ตอนนั้นยังหายไข้ไม่สนิทเลย
ไปสอบทั้งๆที่ยังไอ เจ็บคอ น้ำมูกไหล ห้องสอบหนาวมากจนไข้ขึ้นอีกรอบ ทรหดที่สุดอะ
มาถึงตอนให้ขึ้นห้องสอบพอดี สายทุกงานค่ะบอกแล้ว 55555 ไปถึงก็ต้องวางของทุกอย่างไว้หน้าห้อง อุปกรณ์เครื่องเขียนข้างในมีให้ (ยางลบลบไม่สะอาดเลย TT) พอตรวจเสร็จว่าไม่แอบเอาอะไรที่ห้ามเอาเข้าไปแล้วก็เข้าไปนั่งได้ รอสักแปปก็เริ่มสอบค่ะ เริ่มจากพาร์ทฟังก่อน อันนี้ให้จดได้ แต่เราก็ไม่จด
ไม่ใช่ว่าเก่งอะไรหรอกนะ ถ้าจดแล้วจะฟังไม่รู้เรื่อง แยกประสาทไม่ได้ เลยต้องตั้งใจฟังอย่างเดียว
บางอันมาแบบยาวมาก แต่สติยังไม่หลุด ยังอยู่ดี มีดมยาดมบ้างเล็กน้อย 55555 
แล้วก็ต่อด้วยพาร์ทอ่านถ้าจำไม่ผิด เกลียดพาร์ทนี้ที่สุดเลย ไม่ชอบอ่านอะไรยาวๆ
แรกๆก็อ่านแล้วค่อยมาทำแหละ หลังๆเริ่มไม่ทัน เลยอ่านโจทย์ก่อนค่อยมาควานหา
แถมอ่านไปอ่านมาเวียนหัวจะอ้วก แต่ก็ทนไว้ จะหมดแล้วอีกนิดเดียว T_T
สุดท้ายจบที่พาร์ท error ก็ไม่ชอบอันนี้เหมือนกัน ยากกว่าที่เคยลองทำพอสมควรเลย
พอหมดเวลาปุ๊ปความเครียดหายไปปั๊ปเลยค่ะ แต่ความง่วงและเพลียเข้ามาแทนที่
เดินเป็นวิญญาณไปขึ้นรถกลับบ้าน แต่ก็คิดว่าตัวเองพอทำได้นี่หน่า

พอคะแนนออกถึงได้รู้ว่าอุ่ย คิดไปเองว่าทำได้ 55555 แล้วรู้คะแนนตอนไปเที่ยวด้วย แย่ชะมัดเลย
พาร์ทฟังถือว่าดีงาม พาร์ทอ่านไม่ถึงครึ่ง อายมาก T_T และerrorเกินครึ่งมา1คะแนน
รวมแล้วไม่ถึงครึ่ง สงสัยเพราะไม่สบายด้วยละมั้งเลยออกมาเป็นแบบนี้
ทำให้ทำได้ไม่เต็มที่เท่าที่ควร อีกส่วนคือโง่เอง 55555 เหมือนเดิมค่ะ ไม่ผ่านเกณฑ์
จริงๆเกือบเป็นบ้าไปแล้ว จะไปยื่นที่ไหนได้อีกเนี่ย รู้สึกหมดหวังมากๆ
แต่ก็จะไปสอบใหม่อีกรอบเผื่ออินเตอร์มีเปิดรอบ2 ไม่ยอมแพ้ง่ายๆหรอก ฮึ่ย
ขอจบการระบายเพียงเท่านี้ สวัสดีค่ะ -/\-

**เพิ่มเติม วันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเราไปสอบมาอีกรอบนึงค่ะ ได้คะแนนดีขึ้นพอสมควร
พาร์ทฟังได้เยอะขึ้น พาร์ทอ่านทำทันคะแนนเกินครึ่ง ส่วนerrorนี่เท่าเดิมเป๊ะ อะไรวะ 55555
พาร์ทอ่านนี่ต้องขอบคุณTOEICมากเลยที่ทำให้เราได้ฝึกแรพก่อนที่จะมาสอบอันนี้อีกรอบ
แต่ทุกคนรู้ใช่ไหมคะว่า ณ เวลานั้นทั้งเกษตรฯและจุฬาฯที่ใช้ตัวนี้ได้ปิดรับสมัครไปหมดแล้ว .___.
แต่ก็ยื่นไม่ได้อยู่ดีเพราะSAT mathไม่ถึงเกณฑ์ ชีวิตเศร้าได้อี๊กกก 
แต่เราก็จะสู้ต่อไปค่ะ หน้าด้านเข้าไว้ มีคะแนนอะไรอยู่ในมือ ที่ไหนไม่มีเกณฑ์ขั้นต่ำยื่นไปเลยอย่าไปกลัว
เดี๋ยวรอปิดเทอมจะเอาคะแนนหลายๆตัวมาเม้าท์ แปลกเนอะคนอื่นเค้าต้องได้คะแนนดีถึงจะมา
อันนี้ได้ห่วยแตกแค่ไหนก็จะมาเขียน 5555 คนอ่านจะได้รู้สึกไม่เครียดไม่กดดัน
ไปดีกว่า ฟิ้วววววววว

Diary: เม้าท์เรื่องคะแนนGAT PATรอบ1/2558และ2/2558

รีบมาเขียนก่อนไม่มีเวลาเพราะเดือนนี้สอบทั้งเดือนเลย ฮืออออออ TT
อย่างที่รู้กันว่าเด็ก58เกือบทุกคนได้ของขวัญวันคริสต์มาสเป็นคะแนนแกทแพท 
บางคนคะแนนออกมาดีก็ดีไป คนที่ได้คะแนนเน่าก็อย่างที่รู้ๆกัน....อดรับตรงหลายที่รัวๆ
หนึ่งในนั้นก็เป็นเราค่ะ อดรับตรงคณะที่อยากเข้าไปหลายที่เลยเพราะคะแนนPAT1ไม่ถึงเกณฑ์

และนี่คือภาพคะแนนโดยรวมค่ะ เราเป็นเด็กภาษาที่ไม่สอบPATภาษาเพราะเข็ดแล้วกับด้านนี้ 5555
คะแนนมันเลยค่าเฉลี่ยมาทุกตัวก็จริง แต่PAT1ก็ไม่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำของหลายๆที่อยู่ดี
กำหนดมาต้องเกิน60บ้าง เกิน70บ้าง หน้าซีดไปเลยค่ะ อะไรจะตั้งกำแพงกันสูงขนาดนี้
ทำให้ต้องแอบไปร้องไห้อยู่บ่อยๆ ทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากไปสอบใหม่และรอรอบแอดฯ
วิชานี้คนที่คิดทุกข้อจริงๆก็มี แต่เดาเกือบหมดก็เยอะ เลยคิดว่าค่อนข้างไม่แฟร์
ส่วนแกทเชื่อมโยงก็พลาดไปนิดหน่อย แกทภาษาอังกฤษทำได้อยู่บ้าง
มันสนุกตรงวิทยาศาสตร์นี่แหละ 55555 ทำแล้วรู้สึกสบายใจกว่าเลขเยอะ ไม่คิดอะไรมากเลย
ยอมรับว่าเดาเคมีไปเยอะมากเพราะไม่ได้จริงๆ หมวดอื่นพอได้อยู่ ชีวะเอยอะไรเอย
ไม่ถึงครึ่งก็ไม่ซีเรียสเท่าไหร่เพราะโอกาสใช้มีน้อยมาก แต่อันที่ต้องใช้กลับเน่าซะไม่มี
อยากสลับคะแนนPAT2กับPAT1มาก ไม่งั้นคงผ่านเกณฑ์แบบฉลุย ไม่ก็ยื่นPAT2แทน
ไปไม่เป็นเลยค่ะทีนี้ ไม่อยากจะผิดหวังจนชินหรอกค่ะ มันไม่ใช่เรื่องดีเลย
สุดท้ายจะได้ไปเรียนที่ไหนไม่มีใครรู้ แต่ต้องสู้ให้ถึงที่สุดใช่มั้ย ><
สงสัยถ้าสมหวังไปหมดทุกอย่างชีวิตคงง่ายไปและไม่มีภูมิคุ้มกันละมั้ง เลยโดนซะอ่วมเลย
การแข่งขันมันสูงจริงๆ ต่อจากนี้ไปคงต้องขยันให้มากกว่านี้แล้ว นั่งเฟลไปก็เท่านั้น

ขอจบการระบายแต่เพียงเท่านี้ค่ะ เขียนไม่เยอะเพราะจุกอยู่ ช๊อคกับเกณฑ์ขั้นต่ำ 55555
เป็นกำลังใจให้คนที่กำลังเจอปัญหาเดียวกันนี้ เราจะผ่านมันไปด้วยกันเนอะ :D

**วันนี้สิคะคุณผู้ชม จะมาเพิ่มเติมคะแนนรอบ2 จริงๆว่าจะทำนานแล้วแต่ลืม 55555
รอบ2ไปแก้ PAT1 ตัวเดียวค่ะ เพราะเน่าอยู่อันเดียว นอกนั้นรู้สึกพอใจแล้ว
คะแนนอัพขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ อาจจะเป็นเพราะรอบนี้ไม่กลับไปแก้อะไรใดๆก็ได้มั้ง
อีกอย่างคือไม่เครียดเลย ไปแบบอารมณ์ดีมาก แถมไปสายด้วยมั้งรู้สึก -_-
ก็นั่นแหละค่ะ คะแนนตัวนี้เกินเกณฑ์ขั้นต่ำของรับตรงหลายๆที่ แต่ไม่ทันแล้วไง
คะแนนที่ใฝ่ฝันนี้ได้มาโดยไม่ตั้งใจ และใช้ไม่ทันอีกเช่นเคย เห้ออออ 55555
ว่าจะไปเสี่ยงรอบแอดมิชชั่นดู มาดูกันว่าคะแนนเท่านี้จะติดอะไร จะใช่คณะที่ฝันหรือไม่
หรืออาจจะไม่ติดอะไรเลยก็เป็นได้ เดี๋ยวจะมาอัพเดทอีกทีหลังประกาศผลแอดฯ 
ไปแล้วบ้ายบายยยยยยยยยย

OpenBag: ของฝากจากทริปยุโรปโรแมนติก (สวิส, ออสเตรีย, เยอรมัน)

มหกรรมอวดของช้อปกลับมาอีกแล้วค่ะ เพิ่งกลับมาเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานี่เอง
คราวนี้ได้ของมาไม่เยอะค่ะ เพราะไม่ค่อยเจอที่ช้อปและก็มีเรื่องวุ่นๆเกิดขึ้นมากมาย
เดี๋ยวหิมะตกรถติดกว่าจะถึงที่หมายก็ร้านปิดหมดแล้ว วัยรุ่นเซ็ง -_-
พอมีโอกาสได้ช้อปปุ๊ปก็คว้าใหญ่เลยค่ะ ไปสวิสก็ไม่ได้แลกฟรังก์สวิสมา จ่ายยูโรหมด
จนมาคำนวนดูอีกทีอ้าวจ่ายยูโรมันคิดแพงกว่านี่หว่า แต่ก็ไม่เป็นไรนิดๆหน่อยๆ
มาดูกันเลยดีกว่าว่าได้อะไรมาบ้าง :D

Ferrero Giotto
ซื้อที่ GALERIA Kaufhof ค่ะ  ตรงชั้นล่างที่เป็นซุปเปอร์มาร์เก็ต ช็อคโกแลตเต็มไปหมดเลย 
แต่เห็นอันนี้คนซื้อกันเยอะ ราคาก็ถูกด้วย เลยลองซื้อมาบ้าง ซื้อมา4ถุงกับอีก2อันที่เห็น
พอได้ลองกินแล้วรู้สึกไม่อยากเอาไปแจกแล้ว อยากเก็บไว้กินเองมากกว่า 55555 ก็มันอร่อยนี่หน่า

 เวเฟอร์ Wanner
เป็นเวเฟอร์ที่อร่อยที่สุดในสามโลก 55555 มาออสเตรียทั้งทีไม่ซื้อไม่ได้เลย 
ถ้าพลาดไม่ได้ซื้อที่ออสเตรียก็ไม่ต้องเสียใจ ที่เยอรมันก็ยังพอหาได้บ้าง
เห็นมันลดราคาอยู่ที่ BILLA เลยซื้อมา2แพ็ค เอามาแจกเพื่อนแพ็คนึงกินเองแพ็คนึง (เยอะไปปะ)

แปรง eye liner da Vinci
ซื้อที่ douglas สาขาใกล้ๆบ้านโมสาร์ทค่ะ 55555 ไม่ไปดูบ้าน แต่มาซื้อของซะงั้น
ตอนซื้อก็ไม่ได้คิดอะไรค่ะ แค่คิดว่าเออแปรงอันนี้ยังไม่มีเลยหยิบมา (นิสัยเสีย -3-) 

Nivea Refreshing Facial Cleansing Wipes
อันนี้ซื้อที่ Duty free สนามบินแฟรงก์เฟิร์ต คือจะเอาไปใช้เช็ดเครื่องสำอางบนเครื่องบิน
ที่เอามามันจะหมดห่อแล้วเลยอะๆซื้อก็ได้ อีกอย่างคืออยากใช้แบงค์ย่อยให้หมดด้วย 55555
เช็ดสะอาดมาก ไม่แสบตาเลยเวลาเช็ดมาสคาร่า แต่แสบตาคนอื่นเวลาได้กลิ่นซะงั้น กลิ่นแรงไปนิด

DKNY Be Delicious
ซื้อที่ Duty free สนามบินแฟรงก์เฟิร์ตเหมือนเดิม มันมีโปรแพ็คคู่52ยูโรอยู่ค่ะ
เพื่อนพ่อฝากซื้อขวดนึง อีกขวดนึงเลยเป็นของเราไปเลย ฮี่ๆ

Victorinox Evo Wood 14
ทริปนี้ตั้งใจมาซื้อมีดพับมาก ทีแรกจะซื้อสีแดงยอตฮิตแต่พอมาเห็นแบบไม้แล้วชอบมากกว่า
เลยได้อันนี้มา ข้างในมีครบทุกอย่างที่อยากได้ ซื้อที่ร้าน Kirchhofer ราคา 52 CHF 
มาสวิสทีเหมามาแทบทุกแบบทั้งอันเล็กอันใหญ่แบบการ์ดแบบปากกาซื้อมาหมดค่ะ รวมๆแล้วเกินโหล

Longchamp Le pliage หูสั้น size m (ถ้าจำไซส์ไม่ผิด)
ซื้อที่สวิสอีกเช่นเคยค่ะ หัวหน้าทัวร์รอแจกคูปองส่วนลดอยู่หน้าร้านเรียบร้อย 55555 (ลืมชื่อร้าน)
เค้ารีบบอกเลยในนี้มีลองชอมนะคะ วินาทีนั้นเหมือนโดนอะไรเข้าสิง รีบเดินเข้าไปอย่างไม่รอช้า
คือมันมีแบบอยู่ในใจอยู่แล้วแต่ไม่รู้จะเอาสีอะไรดี เลยเลือกน้ำเงินกับชมพูมาอย่างละ1 แหะๆ
ตีเป็นราคาไทยคือ2ใบอยู่ที่ประมาณ4,7xx ไม่แพงๆ :D

COCCINELLE ไม่รู้ชื่อรุ่นอีกเช่นเคย
ซื้อที่ GALERIA Kaufhof เหมือนเดิม เข้าไปหยิบๆถือๆเปิดดูนู่นนี่นั่นแล้วชอบมาก สีโคตรแจ่ม
ราคาก่อนทำ tax refund คือ 399ยูโร ค่อนข้างน้ำตาเล็ด... ได้ภาษีคืนมา42ยูโร ก็ยังแพงอยู่ดี
แต่ก็นานๆทีไม่เป็นไรหรอกมั้ง อย่าด่าเค้าเลย อ่ะเค้าได้งบมาซื้ออออ //โดนตบ

ก็นะ ได้ของมาน้อยแต่หมดเงินไปมากกว่าทริปที่แล้วอีก อะไรเนี่ย 55555
ช้อปไม่ค่อยสนุกแต่เที่ยวสนุกจริงๆ ไปแปปเดียวแต่หลายฤดูมาก หิมะตก แดดออก ฟ้าครึ้ม ฝนตก
แต่ไม่มีวันไหนเลยที่ไม่หนาว ต้องใส่เสื้อกันหนาวหนาๆเดินอ้วนมันทุกวัน (พอถอดก็อ้วนอยู่ดี)
ไม่มีคำว่านอนไม่หลับเลยเพราะวันนึงเที่ยวเหนื่อยมาก นั่งรถนานจนปวดเข่า แต่ก็ประทับใจ
ขอจบการเม้าท์มอยและโอ้อวดเพียงเท่านี้ สวัสดีค่ะ -/\-

12.19.2014

Review: Anya's Place Restaurant (อัญญาเพลส)

เห็นคนที่อยู่แถบนี้ชอบมากินร้านนี้กัน ก็สงสัยว่ามันมีดียังไงเลยมาลองดูซะหน่อย
ร้านอยู่ตรงถนนเลียบคลองทวีวัฒนาเลยค่ะ มาไม่ยาก ถ้ามาจากสาย4ก็วิ่งมาเหมือนจะไปมหิดล
พอถึงถนนอุทยานก็ให้ขึ้นสะพานที่เขียนว่าไปพระปิ่นเกล้า พอลงมาถนนบรมราชชนนีเสร็จขับมาสักพักจะเจอป้ายเลี้ยวซ้ายเข้าถนนเลียบคลองทวีวัฒนาแล้วก็ขับเข้ามาลึกนิดนึง ร้านจะอยู่ด้านซ้ายมือค่ะ
บรรยากาศโอเคเลย ตอนที่ไปคนยังมาไม่เยอะมาก ว่าแล้วก็รีบสั่งอาหารกันเลยดีกว่า

เมนูแรกที่มาเสิร์ฟคือ เฟตตูชินี่ครีมแซลมอนรมควัน
จานนี้รสชาติพอดีมาก ไม่เค็มเกินไป ไม่เลี่ยนด้วย เส้นก็ไม่นิ่มไม่แข็งเกิน
แต่แนะนำว่าอย่ากินแซลมอนรมควันเปล่าๆนะคะ ไม่อย่างนั้นจะโคตรเค็ม 55555

พอร์คชอปย่างแบบสเปน
อันนี้ชิมคำแรกปุ๊ปเค็มม๊ากกกก พอจะแกล้มมันบดข้างๆให้หายเค็มก็ดันเค็มอีก
ในใจก็แอบคิดว่าคนสเปนเค้ากินเค็มกันขนาดนี้เลยเรอะ แต่คนชอบรสจัดๆน่าจะถูกใจแฮะ *^*

ซุปผักโขม
ซุปข้นมาก และประทับใจตรงที่ใช้ขนมปังโฮลวีตทำถ้วยซุป
อันนี้ซดซุปหมดแต่ต้องเอาขนมปังกลับบ้านค่ะเพราะกินไม่ไหวจริงๆ อิ่มอืด

สะโพกไก่ทิคก้ามาซาล่า
เป็นเมนูที่แปลกมาก แต่อร่อยอย่างไม่น่าเชื่อ
ไก่กลิ่นคล้ายมัสมั่น ข้างล่างเป็นโยเกิร์ต แล้วก็มีข้าวอะไรไม่รู้
กินพร้อมกันแล้วดีงามมาก มันเข้ากันได้ยังไงไม่รู้เนอะ 555555

มักกะโรนีกับแฮมอบชีส
เป็นอีกเมนูที่ฟินมาก เส้นมักกะโรนีไม่แข็งไม่เละจนเกินไป บวกกับชีสยืดๆและครีมที่หอมเนยมากๆ
ไม่มีคำบรรยายใดๆค่ะ ต้องมาลองเองอะจานนี้ ถึงจะเค็มไปนิดแต่อร่อยเว่อร์ ติดใจๆ

ปลาแซลมอนย่างซอสต้นกระเทียมญี่ปุ่น
ปลาแซลมอนชิ้นใหญ่และเนื้อแน่นมาก มันบดออกแนวหวานๆเหมือนมันเทศมากกว่ามันฝรั่ง
เหมือนเดิมค่ะ คำนึงต้องกินพร้อมกัน แซลมอน+ผักโขม+ครีมซอส+มันบด ถึงจะอร่อย
ส่วนของทอดที่มาด้วยน่าจะเป็นต้นกระเทียมทอด อร่อยดีเหมือนกัน เหมือนเฟร้นช์ฟราย
จานนี้ถึงจะแพงไปนิดนึงแต่พอได้ลองแล้วจะรู้สึกว่าคุ้มราคาสุดๆ :D

แอปเปิ้ลตุ๋นไวน์แดงกับไอศครีม
แอปเปิ้ลเนื้อหนุบๆได้กลิ่นไวน์เต็มๆแต่ไม่รู้สึกขมเลยแม้แต่นิดเดียว กินพร้อมไอศครีมวนิลาแล้วดีมาก
คนไม่ดื่มไวน์ก็กินได้เหมือนกันค่ะ (เช่นเราเป็นต้น) 555555
จานนี้สั่งมาแบ่งกับพ่อ2คน พอกินเสร็จพ่อก็พูดว่าคราวหน้าสั่งคนละจานไปเลย (สงสัยจะชอบมาก)

สรุปว่าประทับใจค่ะ อาหารอร่อยดี ขนมก็อร่อย
ส่วนเรื่องพนักงานก็กลางๆ ไม่ได้ดีแต่ก็ไม่ถึงกับแย่ ปรับปรุงอีกนิดจะเพอร์เฟกต์มาก 
(1.พนักงานทุกคนช่วยสนใจนิดนึงเวลาเรียก 2.พนักงานชายช่วยยิ้มนิดนึง เห็นแล้วเครียดตาม -_-)
ยังไงก็มาลองชิมกันดูได้ ขอจบการรีวิวแต่เพียงเท่านี้ บ้ายบายยยยย คร่อก

12.12.2014

Review: Roast Coffee & Eatery (โรสท์)

ที่จริงแพรเล็งร้านนี้ไว้นานมากแล้วแต่เพิ่งมีโอกาสได้ไปลอง
ร้านจะอยู่ชั้น2 โครงการ Seen Space ทองหล่อซอย13 เงยหน้าขึ้นไปจะเห็นเลย
แต่ไม่รู้ทำไมดันขับเลยและหลงไปซอย49เฉย ต้องไปวนมาใหม่อีก -_-
ขอแนะนำนิดนึงว่าไปจอดรถที่อื่นเถอะค่ะ ไม่ค่อยปลื้ม valet parking ของที่นี่เท่าไหร่ 55555
ถึงร้านปุ๊ปแน่นอนว่าต้องรอคิว ใครจะมากินที่นี่ต้องไม่หิวโฮก แต่ก็รอไม่นานมากนะไม่ถึง20นาที
ตอนที่เราไปหน้าร้านจะมีคล้ายๆ infused water ไว้ให้ฟรีด้วยค่ะ ไปกดดื่มได้ตามใจชอบเลย
พอเข้ามานั่งปุ๊ปก็สั่งอาหารแบบรัวๆ แล้วก็สั่งขนมให้เค้ามาเสิร์ฟหลังทานอาหารทั้งหมดเสร็จ

เมนูแรกที่มาเสิร์ฟคือ Caesar Salad
ผักสดมาก ขนมปังอร่อย กินพร้อมไข่ลวกยิ่งฟิน :p

Duck Confit Salad
เป็ดอร่อยมาก ไม่มันเกิน ไม่เหนียวเกิน และทุกอย่างในจานต้องกินพร้อมกันถึงจะอร่อย
ใครมาคนเดียวแนะนำเมนูนี้เลยค่ะ อิ่มแบบพอดีๆ เหลือท้องไว้กินของหวานต่อได้สบาย (นั่น)

Salmon Fish Fingers
ไอ้เขียวๆนั่นตอนแรกนึกว่าน้ำจิ้มซีฟู้ด ปรากฏว่าไม่ใช่ค่ะ ยิ่งจิ้มก็ยิ่งเลี่ยนซะงั้น 
แนะนำให้บีบเลม่อนลงตรงปลาไปหน่อยจะโอเคขึ้น แต่สำหรับเรากินปลาเปล่าๆก็อร่อยดีอยู่แล้ว

มาในส่วนของหวานกันบ้างดีกว่า :D

Strawberry Waffle
เมนูนี้ใครมาแล้วไม่สั่งคงเรียกว่ามาไม่ถึงใช่ไหมคะ 55555
พอได้ลองแล้วก็ไม่ผิดหวังจริงๆ วาฟเฟิลนุ่ม สตรอว์เบอร์รี่สดมาก รสออกเปรี้ยวๆ
ครีมสดข้างในก็อร่อย ยิ่งราดเมเปิ้ลไซรัปและทานพร้อมไอศครีมวนิลายิ่งฟินหนัก ><

Buttermilk Pancake with Banana, Walnuts, Butterscotch & Peanut butter Ice cream
ถ้าจำไม่ผิดเมนูนี้จะมีเฉพาะช่วงเดือนนี้ค่ะ อร่อยจนลืมอ้วนอีกเช่นเคย
หอม butterscotch มีวอลนัตกรุบกรอบ แถมไอศครีมรส peanut butter รสชาติเข้มข้นมาก
เอาใจไปเลยค่ะจานนี้

Iced Espresso Latte
ชอบเมนูนี้มากกกก เหมาะสำหรับคนเพิ่งเริ่มดื่มกาแฟสุดๆ
เหมือนกินนมกลิ่นกาแฟอะค่ะ นั่งรอน้ำแข็งกาแฟละลายนานนิดนึง
ถ้าอยากกินหวานก็เติมน้ำเชื่อมเอา แต่สำหรับเราอันนี้แหละโอเคแล้ว

สรุปคือชอบค่ะ ติดใจมาก มาอีกแน่นอน โดยเฉพาะขนมนี่อร่อยมาก
ร้านนี้ไม่ต้องเชิญชวนเพราะคนมากันเยอะอยู่แล้ว 555555
ขอจบรีวิวเพียงเท่านี้ค่ะ บ้ายบายยยยย